Teddy House การเดินทางของแฟรนไชส์บ้านตุ๊กตาหมี

Teddy House การเดินทางของแฟรนไชส์บ้านตุ๊กตาหมี

Teddy House การเดินทางของแฟรนไชส์บ้านตุ๊กตาหมี

กว่า 17 ปีมาแล้วที่คนไทยได้เริ่มรู้จักกับ Teddy House แบรนด์ที่เข้ามาทำให้ตุ๊กตาหมีมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น ซึ่งหลังจากเปิดตัวได้ไม่นาน Teddy House ก็ได้รับความสนใจจากลูกค้าคนไทยมากมาย พร้อมๆ กับการเติบโตอย่างก้าวกระโดดจากการขยายธุรกิจในรูปแบบแฟรนไชส์ จนถึงวันนี้สามารถขยายสาขาได้ทั้งในและต่างประเทศ
จากการเปิดเผยของ ปิตุภูมิ หิรัณยพิชญ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เท็ดดี้ เฮ้าส์ จำกัด ได้ย้อนเล่าถึงจุดเริ่มต้นและการเดินทางของธุรกิจตุ๊กตาหมี โดยบอกว่า จากเดิมในยุคคุณแม่ซึ่งทำโรงงานผลิตตุ๊กตาผ้าขน ทำในรูปแบบของการรับจ้างผลิต หรือ OEM เมื่อเวลาผ่านไป จีนเริ่มเข้ามาเป็นคู่แข่งและเกิดเป็นสงครามราคาขึ้นมา ซึ่งในเวลานั้นบริษัทไม่ต้องการที่จะแข่งขันด้วยเรื่องของราคา เพราะด้วยสินค้าที่เน้นความมีคุณภาพและผ่านมาตรฐานของยุโรป จึงมองถึงการสร้างแบรนด์ของตัวเอง และโดยส่วนตัวของคุณแม่ซึ่งชื่นชอบตุ๊กตาหมีเป็นทุนเดิม ฉะนั้นเวลาที่ผลิตตุ๊กตาหมีออกมา ผลงานจะดูดีกว่าแบบอื่นๆ และนั่นจึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นในการทำแบรนด์ Teddy House ขึ้นมาเมื่อ 17 ปีที่แล้ว


จนกระทั่งเมื่อ 8 ปีที่แล้ว ปิตุภูมิ ในฐานะทายาทธุรกิจได้ก้าวเข้ามารับช่วงบริหาร Teddy House พร้อมทั้งนำเอารูปแบบธุรกิจแฟรนไชส์เข้ามาจับกับธุรกิจตุ๊กตาหมีที่มีอยู่ จนทำให้แบรนด์ Teddy House ขยายตัวอย่างรวดเร็วทั้งในประเทศไทย รวมถึงต่างประเทศ
“เราไม่ได้เติบโตมาจากเงินถุงเงินถัง แทบจะไม่มีเงินทุนเลย เพราะฉะนั้นการที่จะขยายเองเป็นสิบๆ สาขาคงเป็นไปไม่ได้ เรามองว่าการที่นำรูปแบบแฟรนไชส์เข้ามาจะทำให้เราขยายได้รวดเร็วมากขึ้น และจะสามารถขยายไปยังต่างประเทศได้อีกด้วย จะเห็นได้ว่า 8 ปีที่ผ่านมา เราสามารถขยายแฟรนไชส์ได้ถึง 3 ประเทศ นั่นคือ ไทย อินโดนีเซีย และจีน สำหรับแฟรนไชส์ในประเทศไทย เราจะเน้นที่หัวเมืองต่างจังหวัด ตามภูมิภาคต่างๆ ส่วนในกรุงเทพฯ เราขยายด้วยตัวบริษัทเอง เราเริ่มพัฒนาธุรกิจในรูปแบบแฟรนไชส์มาตั้งแต่ตอนนั้น คนจะชอบคิดว่าแฟรนไชส์จะต้องใหญ่ ลงทุนเป็นสิบล้าน แต่ความจริงแล้วแฟรนไชส์ คือ การ Set Up ความรู้ของคุณขึ้นมา เหมือนการเขียนตำราหนึ่งเล่ม แล้วมีคนสนใจ คุณก็ขายให้เขา เทรนนิ่งให้เขาแค่นั้นเอง”


สำหรับปัจจุบัน Teddy House มีแฟรนไชส์ในประเทศไทยทั้งหมดถึง 30 สาขา และที่ประเทศอินโดนีเซีย 14 สาขา ประเทศจีนอีก 2 ขาสา โดยปิตุภูมิได้เล่าถึงเส้นทางของการขยายแฟรนไชส์ไปในต่างประเทศ เริ่มต้นประเทศแรกคือ เวียดนาม แม้จะไม่ประสบความสำเร็จ แต่ก็เป็นประสบการณ์ที่ดี

“หลังจากที่เราเริ่มขยายแฟรนไชส์ในประเทศไทยได้ไม่นาน เราก็เริ่มเข้าสู่ตลาดเวียดนาม ตอนนั้นมีด้วยกันถึง 4-5 สาขา แต่ด้วยอุตสาหกรรมค้าปลีกของเวียดนามแตกต่างจากบ้านเราพอสมควรเลยทำให้ไม่ประสบความสำเร็จ และด้วยไลฟ์สไตล์ของคนเวียดนามยังแตกต่างจากเราพอสมควร เวลาซื้ออะไรสักอย่าง เขาจะคิดก่อนแล้วค่อยตรงไปร้านนั้น จะไม่ใช่การเดินเล่นในห้างสรรพสินค้าเหมือนคนไทย จากนั้น 2 ปีต่อมา เราจึงเข้าตลาดอินโดนีเซียและประสบความสำเร็จอย่างมาก เพราะพฤติกรรมเขาใกล้เคียงกับคนไทย โดยเฉพาะในจาการ์ตา ที่เรียกได้ว่าเป็นเมืองแห่ง Shopping Mall ซึ่งมีเป็นร้อยๆ แห่ง ตั้งแต่ระดับล่างไปจนถึงระดับบน ทุกคนใช้ชีวิตตั้งแต่เช้าจนถึงตี 2 อยู่ในห้างสรรพสินค้า ขนาดผับยังอยู่ในนั้น ทำให้เราไปได้ดีในอินโดนีเซีย”

นอกจากนี้ ยังมีอีกหนึ่งประเทศที่น่าสนใจสำหรับ Teddy House ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยมีอยู่ในแผนมาก่อน นั่นคือประเทศจีน ปิตุภูมิยอมรับในเรื่องนี้ว่า เมื่อก่อนค่อนข้างกังวลในเรื่องของ Trademark และการก๊อบปี้

“เราไม่เคยมีแผนในการขยายแฟรนไชส์เข้าประเทศจีนมาก่อน แต่มีอยู่ช่วงหนึ่งคือ เราได้รับฟังมุมมองจากนักธุรกิจคนจีนรุ่นใหม่ เขารู้ว่าเราค่อนข้างกังวลในเรื่องนี้ เขาแสดงมุมมองว่า เวลาที่คนจีนจะก๊อบปี้สินค้า จะก๊อบปี้สินค้าระดับ Hi-Ended ที่มีราคาแพง จากกระเป๋าราคาเป็นแสน พอก๊อบปี้แล้วเหลือแค่หลักพัน แต่ถ้าสินค้าอย่างตุ๊กตาหมี ราคาไม่แพงมาก ผู้บริโภคก็มองว่าสินค้าราคาแค่นี้ ซื้อของแท้ ฉันซื้อได้ และถ้าเขาจะก๊อบปี้ก็ไม่คุ้ม เพราะ Margin ไม่ได้ห่างกันมากมาย อีกอย่างคือ ในช่วงนั้นมีนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาซื้อของร้านเราค่อนข้างเยอะ อย่าง ภูเก็ต เชียงใหม่ มีแต่ลูกค้าจีน ทำให้เราตัดสินใจเปิดสาขาแรกที่จีนเมื่อปีที่แล้วและปีนี้อีกหนึ่งสาขา ตอนนี้เราก็ดีใจมากสำหรับการขยายแฟรนไชส์ที่จีน”


สำหรับการขยายธุรกิจ Teddy House ในรูปแบบของแฟรนไชส์ ไม่ว่าจะเป็นตลาดในประเทศ หรือต่างประเทศ จะทำในลักษณะที่เรียกว่า Single Unit กล่าวคือ จะไม่ได้ขายในรูปแบบมาสเตอร์แฟรนไชส์ที่ให้สิทธิคนใดคนหนึ่งในการขยายสาขา แต่จะเป็นในลักษณะให้สิทธิ 1 คนต่อ 1 สัญญา หมายถึงว่า ถ้านักลงทุนเดิมที่ลงทุนแฟรนไชส์ไปแล้ว อยากที่จะขยายสาขาเพิ่ม ก็ต้องทำสัญญาใหม่ทุกครั้ง โดยเงินลงทุนเบื้องต้นประมาณ 1,000,000-1,500,00 บาท อีกทั้งไม่ได้จำกัดพื้นที่จะต้องเป็นในห้างสรรพสินค้าเท่านั้น แต่สามารถตั้งอยู่แบบ Stand Alone ก็ได้ โดยจะมีทีมเข้าไปดูสถานที่ตั้งว่าเหมาะสมหรือไม่ และแฟรนไชซีจะได้รับการเทรนนิ่งเรื่องของกลยุทธ์การขาย การจัดร้าน มีการช่วยเหลือในเรื่องของภาพรวมด้านMarketing และมีการแนะนำเรื่องของ Local Marketing อีกด้วย สำหรับแฟรนไชซีที่จะเข้ามาร่วมลงทุนกับ Teddy House นั้น จะต้องเป็นคนที่สามารถลงมือทำได้จริงไม่ใช่มีเพียงแค่เงินลงทุนอย่างเดียว แต่ต้องมีใจรักด้วย


อย่างไรก็ดี สำหรับทิศทางในอนาคตนั้น การขยายแฟรนไชส์จะเน้นไปที่ตลาดต่างประเทศมากกว่า เนื่องจากมองว่า ยังมีโอกาสอีกมากที่จะทำให้ Teddy House เติบโต ส่วนตลาดในประเทศ ปิตุภูมิกล่าวว่า จะมุ่งเน้นในเรื่องของการขาย Licensing หรือคาแร็กเตอร์ของหมี Teddy House ให้กับแบรนด์ต่างๆ เพื่อนำไปอยู่บนสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ อีกทั้งจะมีการทำ Show Exhibition, Museum ไปจนถึง Theme Park โดยหวังว่ากลยุทธ์ดังกล่าวจะสะท้อนกลับมาช่วยกระตุ้น Retail ได้อีกทางหนึ่ง


รายละเอียดแฟรนไชส์

ขนาดพื้นที่ : 25-45 ตารางเมตร
Franchise Fee : 300,000 บาท
เงินลงทุนเบื้องต้น : 1,000,000-1,500,000 บาท
Royalty Fee : 3 เปอร์เซ็นต์ของยอดขาย
Marketing Fee : 2 เปอร์เซ็นต์ของยอดขาย
ระยะสัญญา : 5 ปี

เรื่อง : ยุวดี ศรีภุมมา
ภาพ : กฤษฎา ศิลปไชย
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

กรมการค้าภายในยืนยันยังไม่ปรับขึ้นราคาน้ำอัดลม

กรมการค้าภายในยืนยันยังไม่ปรับขึ้นราคาน้ำอัดลม

กรมการค้าภายในยืนยันยังไม่ปรับขึ้นราคาน้ำอัดลม

   กรมการค้าภายใน ระบุยังไม่มีการอนุมัติให้มีการปรับขึ้นราคาเครื่องดื่ม หลังมีกระแสข่าวพ่อค้าแม่ค้าฉวยโอกาสขึ้นราคาจากราคาน้ำตาลตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่กรมสรรพสามิตยืนยันยังไม่ขึ้นภาษี

จากกรณีที่มีกระแสข่าวผู้ผลิตน้ำอัดลมแจ้งร้านค้าปรับขึ้นราคาจำหน่ายอีก 2 บาท ทั้งขวดแก้วและขวดกระป๋องจากเดิม 10 บาทเป็น 12 บาท โดยอ้างว่าน้ำตาลแพงขึ้นนั้น น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมลักษณ์ อธิบดีกรมการค้าภายใน ระบุว่า ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่าไม่มีการปรับขึ้นราคาน้ำอัดลมแต่อย่างใด โดยบริษัทผู้ผลิตน้ำอัดลมรายใหญ่ 3 รายที่มีส่วนแบ่งการตลาดสูงสุด ยืนยันยังไม่มีการปรับขึ้นราคาและยังส่งสินค้าให้กับตัวแทนจำหน่วยในราคาเดิม

อธิบดีกรมการค้าภายใน ระบุอีกว่า แม้ราคาน้ำตาลจะสูงขึ้นจากปัญหาภัยแล้ง แต่ยังไม่กระทบต้นทุนผู้ประกอบการมากนัก จึงไม่มีเหตุผลให้ต้องปรับขึ้นราคา แต่หากมีความจำเป็นหรือต้นทุนสูงจนไม่สามารถแบกรับภาระได้จนทำให้ต้องปรับราคาน้ำอัดลมก็จะต้องยื่นเสนอราคาที่ขอปรับเพื่อพิจารณาไม่น้อยกว่า 15 วัน ทั้งนี้หากผู้บริโภคพบเห็นว่ามีการฉวยโอกาสขึ้นราคา สามารถแจ้งมาที่สายด่วน 1569 กรมการค้าภายในจะส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบทันที

ขณะที่นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิต ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่มีการปรับอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำอัดลม จึงไม่สามารถนำข้ออ้างดังกล่าวมาขึ้นราคาได้ ประกอบกับนโนบายการจัดเก็บภาษีเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูงยังอยู่ระหว่างการศึกษาผลดีผลเสีย ให้รอบด้านและยังไม่ได้นำนโยบายนี้มาใช้ในเร็วๆนี้ จึงไม่มีเหตุผลให้ผู้ผลิตนำข้ออ้างดังกล่าวมาปรับขึ้นราคาขายปลีก

สำหรับน้ำอัดลม เป็นหนึ่งในสินค้าที่อยู่ในบัญชีติดตามดูแลของกรมการค้าภายในจำนวน 205 รายการ โดยปัจจุบันถูกกำหนดอยู่ในบัญชี Watch List (WL) ซึ่งเป็นบัญชีต่ำสุดในการติดตามดูแลภาวะราคาสินค้า โดยจะดำเนินการเพียงแค่ติดตามและตรวจสอบสถานการณ์เป็นประจำทุก 15 วันและตรวจสอบไม่ให้มีการเอาเปรียบผู้บริโภค

Ragnarok Mobile เริ่มเปิดทดสอบอีกรอบ มาดูข้อมูลกัน

Ragnarok Mobile

Ragnarok Mobile ของ Xindong จากประเทศจีน ผู้ได้รับสิทธิ์ในการพัฒนาอย่างเป็นทางการจาก Gravity ซึ่งเป็น RO เวอร์ชั่นมือถือที่ทำได้ใกล้เคียงกับของ PC ที่สุดเท่าที่เคยทำมา และยังปรับเปลี่ยนกราฟิกให้เป็น 3D สวยงามขึ้นด้วย ตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงทดสอบตัวเกมช่วง Closed Beta อยู่ในประเทศจีน ซึ่งจำกัดคนเข้าร่วมค่อนข้างน้อย โดยเปิดให้เล่นไปเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม ที่ผ่านมา และได้มีข้อมูลกับ Trailer ใมห่ของตัวเกมออกมาให้ชมกันเพิ่มเติม ภาคนี้จะมีการปรับเปลี่ยนบางอย่าง เพื่อให้เข้ากับการเล่นในมือถือ และเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ๆเข้าไปอย่างเช่นคัทซีนเนื้อเรื่องขณะทำเควสต์ดังที่เห็นในคลิป

การจับมือ เป็นหนึ่งในฟีเจอร์ที่เพิ่มมาใน Ragnarok Mobile เป็นระบบช่วยเหลือในปาร์ตี้ ที่ทำให้ผู้เล่นในปาร์ตี้เดียวกัน เดินจูงมือนำทางสมาชิกปาร์ตี้อีกคนได้ โดยการควบคุมทั้งหมดจะถูกโยนไปให้คนจูงมือเท่านั้น และเวลาที่ต่อสู้ขณะจูงมือ ผู้ที่จูงมือจะเข้าต่อสู้โดยปกป้องผู้ที่เดินตามด้วย ระบบนี้เหมาะสำหรับปาร์ตี้ที่ผู้เลเวลสูงช่วยคนเลเวลต่ำเก็บเลเวล ข้อมูลบอกว่าสามารถจับมือกันได้ทั้งตัวละครชาย-หญิง หรือจะเพศเดียวกันก็ได้ รอติดตามข้อมูลเพิ่มเติม

Ragnarok Mobile

กล้องถ่ายรูป ใน RO ภาคปกติก็มีการเซพภาพ Screenshot แต่มันปรับอะไรไม่ได้มาก สำหรับกล้องในRagnarok Mobile ผู้เล่นสามารถถ่ายภาพตัวละคร โดยทำการซูมเข้าออก เปลี่ยนุมมองแบบ 360 องศา หรือจะให้ตัวละครโพสท่าต่างๆก่อนถ่ายภาพได้ พร้อมลูกเล่นการแต่งภาพต่างๆ จะได้ภาพออกมาสไตล์พาโนราม่า

Ragnarok Mobile

นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ใหม่อื่นๆ อย่าง Hot Air Balloon ที่น่าจะเป็นพาหนะเดินทาง และ Ferris Wheel ที่ยังไม่มีข้อมูลมาว่ามันคืออะไรกันแน่ คาดว่าข้อมูลเกมจะมาเพิ่มอีกในช่วงงาน ChinaJoy ที่จะจัดขึ้น 28-30 กรกฎาคม 2016 นี้ ส่วนของ Server อังกฤษรอกันไปยาวๆเพราะจีนยังไม่ Open เลย

รัฐบาลท้องถิ่นออสซี่สุดทน! ผู้เล่น Pokémon Go ป่วนเมือง

Pokémon Go

กระแสของการเล่นเกม Pokémon Go ดูท่าจะไปในทางแง่ลบลงเรื่อยๆ เมื่อผู้เล่นไม่เคารพสิทธิของผู้อื่น และก่อความวุ่นวายขึ้นตามสถานที่ต่างๆ ซึ่งเหตุครั้งนี้เกิดขึ้นในออสเตรเลียเมื่อช่วงสัปดาห์ก่อน เมื่อฝูงชนชาว Pokémon Go มากกว่าพันคนแห่แหนกันไปถล่มตามสถานที่ต่างๆ ที่เป็นจุดตรงกับ PokéStop ในเกมอย่างเช่นสวนสาธารณะ ห้างสรรพสินค้าอย่าง IKEA และอื่นๆ จนสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนทั่วไป ทางตำรวจก็ได้พยายามสลายฝูงชนกลุ่มนี้ แต่โดนตอบโต้ด้วยการปาไข่ใส่ และทุกวันนี้ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น

ด้วยเหตุนี้ทางรัฐบาลท้องถิ่นเมือง Canada Bay สถานที่เกิดเหตุ (ชื่อเมืองแคนาดาเบย์ แต่อยู่ในออสเตรเลียนะครับ) จึงสุดทนกับพฤติกรรมของผู้เล่นเกม Pokémon Go และไม่อยากใช้ความรุนแรงเข้าแก้ปัญหา จึงได้เรียกร้องขอความร่วมมือไปยัง Niantic Labs ที่เป็นผู้พัฒนาเกม ให้ชวยเอาจุด PokéStop สามแห่งที่เป็นสาถนที่สาธารณะในเมืองออกไป เพื่อไม่ให้ผู้เล่นก่อกวนทำความเดือดร้อนให้ประชาชน

Pokémon Go

รัฐบาลท้องถิ่นกล่าวว่าสาเหตุที่พวกเขาต้องขอร้องให้เอาจุด PokéStop ออกไปก็เพราะตามจุดดังกล่าวนั้น เป็นสถานที่สาธารณะซึ่งมีพื้นที่ไม่มากนัก แต่เมื่อกลุ่มผู้เล่น Pokémon Go เข้าไปยึดพื้นที่ ทำให้ประชาชนทั่วไปไม่สามารถเข้าไปใช้พื้นที่ได้ แถมไม่ให้ความร่วมมืออีกต่างหาก อย่างมีครั้งหนึ่งที่มีผู้ปวยฉุกเฉินในอพาร์ทเม้นต์ตรงจุดเดียวกับ PokéStop ทางรถฉุกเฉินก็ไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลือได้สะดวก เพราะผู้เล่น Pokémon Go ขวางและไม่ให้ความร่วมมือ

ตอนนี้ทางรัฐบาลท้องถิ่นออสเตรเลีย ระหว่างที่รอ Niantic Labs ช่วยเหลือ ตอนนี้ก็ทำได้เพียงติดประกาศห้ามผู้เล่น Pokémon Go ก่อความวุ่นวายตามสถานที่สาธารณะหรือสถานที่ราชการต่างๆ ดังตัวอย่างประกาศที่ติดไว้ในสวนสาธารณะ Patterson Park

Pokémon Go

ยาหมดอายุ ดูยังไง? ทานแล้วเป็นอันตรายหรือไม่?

ยาหมดอายุ ดูยังไง? ทานแล้วเป็นอันตรายหรือไม่?

นพ.วิทิต อรรถเวชกุล ผู้อำนวยการองค์การ เภสัชกรรม (อภ.) แนะวิธีดูวันหมดอายุของยาว่า เป็นวันที่คาดว่าตัวยาสำคัญที่ใช้ในการรักษาโรคของยานั้นๆ เหลือปริมาณน้อยกว่า ร้อยละ 90 ของปริมาณที่กำหนดในสูตรตำรับนั้นๆ ดังนั้นเพื่อประสิทธิภาพและปลอดภัยในการใช้ยา ควรสังเกตว่ายาต่างๆ ที่ได้รับนั้นหมดอายุหรือยัง เนื่องจากหากใช้ยาที่หมดอายุหรือเสื่อมคุณภาพ นอกจากจะไม่มีผลในการรักษายังอาจทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้

 

การสังเกตวันหมดอายุของยาเป็นหลักการเดียวกันกับอาหาร หรือผลิตภัณฑ์ในชีวิตประจำวันที่เราคุ้นเคย โดยทั่วไปการกำหนดวันหมดอายุจะขึ้นกับประเภทของยา เช่น ยาเม็ดจะไม่เกิน 5 ปี และยาน้ำ 2-3 ปี นับจากวันผลิต อย่างไรก็ตาม การกำหนดอายุยาอาจแตกต่างไปจากนี้ได้ โดยผู้ผลิตจะพิจารณาจากสารเคมีที่ใช้ ข้อมูลการทดสอบความคงตัว หรือส่วนประกอบที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละบริษัท ซึ่งจะพบวันผลิต manufacturing date หรือ mfd.date และวันหมดอายุ exp.date, exp, expiring, use by หรือ use before บางครั้งก็อาจใช้คำว่า ยาสิ้นอายุ สามารถดูข้อมูลเหล่านี้จากกล่องบรรจุ ฉลากยา หรือบนแผงยา ตำแหน่งมักเป็นบริเวณด้านยา หรือบนแผงยา ตำแหน่งมักเป็นบริเวณด้านใต้กล่อง หรือด้านล่างฉลาก

สำหรับการอ่านวันหมดอายุแบบไทยๆ จะเริ่มจากวัน เดือน ปี อาจจะ พ.ศ. หรือ ค.ศ. ก็ได้ แต่ถ้ามีเฉพาะเดือน และปี ให้นับวันสุดท้ายของเดือนนั้นๆ เป็นวันหมดอายุ เช่น exp. date 27/2/2555 หมายถึง วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2555 หรือ exp. date 17.2.13 หมายถึงวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ค.ศ.2013 หรือ exp.04/14 หมายถึงวันที่ 30 เดือนเมษายน ค.ศ.2014 เป็นต้น

ส่วนยาที่แบ่งบรรจุ หรือยาที่เปิดใช้แล้ว หากมีการเปิดใช้ หรือนำยามาแบ่งจากภาชนะเดิม เช่น ยานับเม็ด หรือครีมที่ป้ายมาจากกระปุกใหญ่ ยาน้ำในขวดพลาสติก จะส่งผลให้วันหมดอายุของยาเปลี่ยนแปลงไป ไม่ใช่วันหมดอายุที่กำหนดโดยบริษัทผู้ผลิต ซึ่งวันหมดอายุของยาเหล่านี้จะต้องกำหนดวันหมดอายุขึ้นใหม่ โดยนับจากวันที่แบ่งบรรจุ 1 ปี ซึ่งถ้าได้รับจากสถานพยาบาลก็แบ่งบรรจุ 1 ปี ซึ่งถ้าได้รับจากสถานพยาบาลก็จะมีการระบุไว้เช่นกัน ดังนั้นหากเหลือยาเก็บไว้ที่บ้านไม่รู้ว่าจะหมดอายุเมื่อไร ไม่มีการเขียนไว้ก็อาจพิจารณาจากวันที่บนฉลากยาหรือซองที่ระบุวันที่ได้รับมา หากยาเม็ดเกิน 1 ปี หรือยาน้ำเกิน 6 เดือนก็ให้ทิ้งไปไม่ควรใช้ต่อ

อย่างไรก็ตาม หากพบว่าแม้ไม่ถึง 1 ปี หรือก่อนกำหนดเวลาแต่ยาเสื่อมสภาพ เม็ดยากร่อน ร่อน ยาน้ำสีเปลี่ยน มีกลิ่นผิดไป เหม็น เขย่าไม่เข้ากันเป็นเนื้อเดียว หรือครีมแยกชั้นควรทิ้งโดยแยกใส่ถังขยะอันตรายเท่านั้น

อีกกรณีหนึ่ง คือยาเหลือใช้ที่มีอยู่ในครัวเรือนไม่ว่าจะเป็นยาที่แพทย์จ่ายหรือยาที่ซื้อจากร้านขายยาแล้ว ยาที่ผู้ป่วยไม่ได้ใช้ตามที่แพทย์สั่ง ยาที่ใช้สำหรับรักษาตามอาการแต่ปัจจุบันไม่มีอาการดังกล่าว เช่น คลื่นไส้ อาเจียน หรือเป็นยาที่ได้มาซ้ำซ้อน ไม่ควรใช้ยาดังกล่าวกับบุคคลในครอบครัวหรือผู้อื่น แม้จะมีอาการคล้ายกับที่เราเคยป่วยแต่อาการของจะมีอาการคล้ายกับที่เราเคยป่วยแต่อาการของโรคอายุของผู้ป่วยการแพ้ยาของแต่ละคนจะแตกต่างไม่เหมือนกัน อาจส่งผลร้ายในการใช้ยา ดังนั้น ควรปรึกษาเภสัชกรประจำร้านยา หรือพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยโรคจะเกิดผลดีต่อการรักษาอาการ

ภาพประกอบจาก istockphoto

“โพรไบโอติคส์” แบคทีเรียที่ดีต่อร่างกาย แต่ไม่ได้ดีกับทุกคน

“โพรไบโอติคส์” แบคทีเรียที่ดีต่อร่างกาย แต่ไม่ได้ดีกับทุกคน

ช่วงที่ผ่านมานี้คงได้เห็นเหล่าแพทย์ในโลกโซเชียลออกมาพูดถึงเรื่องของ โพรไบโอติคส์” กันนะคะ เพราะอาจจะยังมีหลายคนที่มีความเข้าใจในเรื่องของโพรไบโอติคส์ไม่ถูกต้องครบถ้วนนัก อาจจะทราบแต่เพียงว่าเป็นแบคทีเรียที่อยู่ในโยเกิร์ต ทานแล้วให้ประโยชน์ต่อร่างกาย แต่ก็ใช่ว่าเจ้าโพรไบโอติคส์ในโยเกิร์ตจะเหมาะกับคนทุกประเภทเสมอไป

เฟซบุ๊คเพจ ความรู้สนุกๆ แบบหมอแมว อธิบายถึงเจ้าโพรไบโอติคส์เอาไว้อย่างละเอียด ว่าต้นกำเนิดงานวิจัยของโพรไบโอติคส์ เกิดขึ้นได้อย่างไร ทำไมโพรไบโอติคส์แต่ละชนิดถึงเหมาะเฉพาะกับบางคน ถ้าไม่ทานโพรไบโอติคส์แล้วสามารถทานอะไรทดแทนได้หรือไม่ และแม้กระทั่งเรื่องของ “แลคโตบาซิลลัส” ในโยเกิร์ต นมเปรี้ยว และอวัยวะเพศหญิง หาคำตอบได้จากโพสของคุณหมอด้านล่างเลยค่ะ

โพรไบโอติคส์

อ่านของจ่าแล้วดูสั้นๆ ขยายความละกัน … คือเชื่อว่าคำๆนี้หลายคนคงจะเคยได้ยินกันมาบ้าง หลายคนอาจจะเคยได้ยินตั้งแต่สมัย 20-30 ปีก่อนตอนที่อาหารเพื่อสุขภาพกำลังดังๆ แต่อาจจะยังไม่รู้ว่ามันคืออะไร แถมมันยังมีหลายคำกันเหลือเกิน ไม่ว่าจะเป็น โพรไบโอติคส์ พรีไบโอติคส์ หรือซินไปโอติคส์

โพรไบโอติคส์ ตามคำนิยามขององค์การอนามัยโลกคือจุลชีพมีชีวิต ที่เมื่อให้เข้าไปในร่างกายในขนาดที่เหมาะสมแล้วจะก่อนให้ผลดีต่อสุขภาพ ซึ่งที่มาที่ไปเริ่มต้นมาจากสมัยก่อน นมวัวเป็นอาหารที่เก็บได้ยาก เก็บไว้ไม่กี่วันก็เสียแล้วกินเข้าไปก็ท้องเสียป่วยไม่สบาย … แต่พอเอาไปผ่านกระบวนการบางอย่างทำให้เป็นชีสเป็นโยเกิร์ตก็พบว่าเก็บได้นานขึ้น คนก็ใช้การถนอมอาหารแบบนี้กันเรื่อยมา

จนพอวิทยาศาสตร์เจริญก้าวหน้ามากขึ้น ราวๆปี 1900 ก็มีนักศึกษาแพทย์คนนึงเอาโยเกิร์ตไปตรวจดูแล้วพบว่าในโยเกิร์ตจะมีเชื้อ แบคทีเรียรูปแท่งตัวยาวๆเต็มไปหมด พองานวิจัยแพร่ออกไป ก็มีนักวิทยาศาสตร์รัสเซียรางวัลโนเบลคนนึงให้ความสนใจ เพราะเจ้าโยเกริ์ตที่ว่านี้เป็นอาหารที่นิยมกินกันในคนบางท้องถิ่น และคนในพื้นที่นั้นดูเหมือนมีอายุยืนกว่าคนในแถบอื่นๆ เขาก็เลยตั้งสมมุติฐานขึ้นมาว่าแบคทีเรียในลำไส้น่าจะปล่อยสารพิษอะไรบางอย่างออกมา และกรดแลคติกที่เชื้อในโยเกิร์ตสร้างขึ้นก็สามารถยับยั้งกระบวนการความชราได้

อันนี้เป็นสมมุติฐานความเชื่อ ซึ่งเค้าก็กินเจ้านมเปรี้ยวโยเกิร์ตนี้ไปจนแก่และเสียชีวิต แต่ก็ไม่ได้มีคำตอบที่ชัดเจนขึ้นมาว่าตกลงเจ้าเชื้อที่ว่านี้ช่วยให้คนมีสุขภาพดีขึ้นจริงไหม

ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไปจนปัจจุบัน ความรู้ความเข้าใจเรื่องเชื้อโรคในร่างกายมีมากขึ้น เราพบว่าในบรรดาเชื้อต่างๆที่อาศัยอยู่ในร่างกายเรา

บางชนิดอยู่กับเราเหมือนไม่มีอะไรแต่เมื่อใดที่ร่างกายอ่อนแอก็จะลุกขึ้นมาทำร้ายเรา

บางชนิดก็อยู่กับเราโดยไม่ได้ก่อโรคแต่ว่าส่งผลต่อภูมิคุ้มกันของร่างกายของเรา

บางชนิดก็ไม่ได้ก่อโรค แต่ว่าส่งผลต่อการดูดซึมสารอาหารของร่างกาย

บางชนิดก็อยู่แบบเป็นมิตร แบบช่วยเราจากสามพวกแรก

ซึ่งตามธรรมชาติแล้ว เราจะมีเชื้อพวกไหนมากก็ขึ้นกับอาหารที่กินเข้าไป ซึ่งโดยรวมแล้วการกินอาหารประเภทเนื้อและไขมันอิ่มตัวจะส่งผลให้เชื้อที่ไม่ค่อยดีเกิดขึ้นมาก และอาหารประเภทที่มีเส้นใยจะช่วยให้เชื้อชนิดที่ดีและเป็นมิตรเพิ่มจำนวนมาก ซึ่งในบางครั้งการปรับเปลี่ยนอาหารอาจจะทำให้เห็นผลได้ไม่เร็วพอตามต้องการ หรือบางคนอาจจะเปลี่ยนการกินไม่ค่อยได้ ดังนั้นเลยมีการศึกษาเรื่องโปรไบโอติก ว่าจะใช้เชื้ออะไรกินเข้าไปในร่างกายแบบไหนให้ได้ประโยชน์ต่อร่างกายมากที่สุด

งานวิจัยที่มีเยอะๆหน่อยก็จะเป็นพวกการใช้โปรไบโอติกในการรักษาท้องเสีย นอกจากนั้นยังมีงานวิจัยโรคอื่นๆอีกมากมายที่ผลสรุปยังไม่ชัดเจน เช่นโรคในระบบทางเดินอาหาร(การติดเชื้อH.Pylori,ลำไส้แปรปรวน,ลำไส้อักเสบบางชนิด) , เรื่องการลดคอเลสเตอรอลในเลือด , การลดสารอักเสบ , ช่วยเรื่องภูมิคุ้มกันของร่างกาย

สำหรับคนที่ต้องการรักษาสุขภาพด้วยโปรไบโอติก ก็อาจจะลองไปค้นหาดูว่าเรามีอาการไหนที่เหมาะกับโปรไบโอติกชนิดใดแล้วกินอาหารที่มีโปรไบโอติกนั้นๆ (โปรไบโอติกแต่ละตัวไม่เหมือนกัน ต้องไปดูจากงานวิจัย) หรือถ้าไม่อยากคิดอะไรมากก็กินอาหารที่มีกากใยอาหาร กินพวกพืชผักตามธรรมชาติ กินไขมันอิ่มตัวให้พอดี และอย่ากินน้ำตาลมากเกินไปครับ

ปล. สำหรับท่านที่สงสัยว่า ในเมื่อในโยเกิร์ต มีแลคโตบาซิลลัส … และในช่องคลอดคนก็มีแลคโตบาซิลลัส แล้วที่มาของโยเกิร์ตคือเชื้อจากที่ตรงนั้นหรือเปล่า …

คำตอบคือไม่ใช่นะครับ เพราะมีคนพบว่าแลคโตบาซิลลัสในโยเกิร์ต มีที่มาจากเชื้อจากแลคโตบาซิลลัสจากพืชผักต้นไม้นะครับ

พลอย เฌอมาลย์ เซ็กซี่แรง โชว์รอยสัก

พลอย เฌอมาลย์ เซ็กซี่แรง โชว์รอยสัก

13736059_1121389614647464_1172848825_n_146916030213767621_931539133659534_1920483234_n_1469160303

พลอย เฌอมาลย์ เซ็กซี่แรง โชว์รอยสัก

ดูเหมือนลุคใหม่ผิวสีแทนของสาว พลอย เฌอมาลย์ จะถูกใจแฟนๆ และเจ้าตัวเป็นอย่างมาก ก่อนหน้านี้ก็เพิ่งจะโชว์ผิวเนียนๆ ใส่บิกินี่สีชมพูจี๊ด เล่นน้ำมาแล้ว ล่าสุดพลอย ขอจัดเต็มถ่ายรูปเซ็กซี่กับเพื่อน และเรียกว่าไม่ได้มาเล่นๆ จริงๆ กับการคัมแบ็คของพลอยคราวนี้

ซึ่งเมื่อคืนนี้พลอยได้โพสต์ภาพรัวๆ โดยมีเพื่อนซี้ พลอย ชวพร มาเป็นตากล้องที่รู้ใจ รู้มุมกล้อง เก็บภาพช็อตเซ็กซี่ๆ กับชุดว่ายน้ำสีดำ ในอ่างอาบน้ำ ทั้งแหวกบนโชว์เนินอก เว้าล่างเห็นขาและคล้ายกับรอยสักเล็กๆ หน้าตา ท่าทางมาเต็ม อย่างกับถ่ายแบบลงนิตยสาร

นี่คือการกลับมาทวงบัลลังก์เซ็กซี่ของพลอย เฌอมาลย์ ที่ทำเอาหนุ่มๆ แทบไม่ละสายตาเลย
ภาพจากอินสตาแกรม @chermarn, ploychava

ซานตา เฟ่ สูตรสำเร็จสเต๊กพันล้าน

ซานตา เฟ่ สูตรสำเร็จสเต๊กพันล้าน

ซานตา เฟ่ สูตรสำเร็จสเต๊กพันล้าน

หากให้นึกถึงร้านสเต๊กเฮาส์ที่ตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้า เชื่อว่าคนส่วนใหญ่ต้องนึกถึงแบรนด์ ซานตา เฟ่ มาเป็นอันดับต้นๆ แต่กว่าที่แบรนด์นี้จะก้าวเข้ามานั่งอยู่ในใจลูกค้าได้สำเร็จ ล้วนต้องผ่านบททดสอบสุดหินและการลองผิดลองถูกอยู่ไม่น้อย ซึ่งเบื้องหลังความสำเร็จที่เกิดขึ้นนี้ ถูกเปิดเผยโดย สุรชัย ชาญอนุเดช กรรมการผู้จัดการ บริษัท เคที เรสทัวรองท์ จำกัด ผู้ที่สร้างจุดเปลี่ยนให้รถไฟขบวนนี้ กลายให้เป็นสถานีสุดโปรดของลูกค้ามากมาย
แม้แบรนด์ ซานตา เฟ่ ที่จะอยู่บนเส้นทางความอร่อยในห้างสรรพสินค้ามายาวนานกว่า 12 ปี แต่การเติบโตอย่างก้าวกระโดดเพิ่งจะเกิดขึ้นในช่วง 4 ปีที่ผ่านมานี้เอง พร้อมๆ กับการเข้ามาบริหารงานของสุรชัย ซึ่งก่อนหน้านี้เขาเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้น จากนั้นได้ซื้อหุ้นส่วนใหญ่ และเป็น CEO ของบริษัท


“การที่เราเป็นร้านอาหาร ผมมองว่าเรื่องแบรนด์เป็นสิ่งสำคัญ ดังนั้น แบรนด์ของเราจึงต้องมีเรื่องราวที่น่าจดจำ ซานตา เฟ่เป็นชื่อที่ผมเลือกเองกับมือ เพราะซานตา เฟ่เป็นเมืองหลวงในมลรัฐนิว เม็กซิโก มีบุคลิกที่น่าสนใจประกอบกันอยู่ 3 อย่าง ได้แก่ การเป็นเมืองคาวบอย เลี้ยงโค และเป็นเมืองชุมสายรถไฟ ทีนี้มาย้อนดูตลาดสเต๊กในบ้านเรา แม้จะยังมีไม่เยอะมากในสมัยนั้น แต่ทุกคนต่างสร้างตัวตนว่าเป็นคาวบอยหรือใช้โลโก้เป็นรูปวัว ดังนั้น เราจึงสร้างความต่างและดึง Story ของรถไฟออกมา เมื่อแบรนด์มีเรื่องราว ขั้นตอนต่อมาคือ การออกแบบประสบการณ์ให้ลูกค้าทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นราคาที่เหมาะสมกับการบริการ ให้เขาเห็นถึงเอกลักษณ์ตั้งแต่เดินเข้าร้าน พนักงานพาไปเลือกที่นั่ง วิธีการสั่ง การทวนอาหาร หรือแม้แต่การพรีเซ้นต์อาหาร เรียกว่าเป็น Experience Marketing ซึ่งสิ่งนี้จะช่วยทำให้ลูกค้าจดจำเราได้ในทันที”
จากการกำหนด Output ทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวมา จึงเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้สุรชัยสามารถดีไซน์ Input และ Process ในการทำงานหลังบ้านได้ง่ายขึ้น

“Input ที่ว่าก็คือ เรื่องของบุคลากร วัตถุดิบและการทำงานหลังบ้านทั้งหมด เราดีไซน์การบริการออกมาเป็นรูปธรรม จะทำให้เรามองเห็นทันทีว่างานในแบบนี้เด็กอายุ 18 ปีก็ทำได้ อย่างการเทรนนิ่งพนักงาน ผมใช้หลัก Easy Step ปกติร้านอื่นอาจจะต้องเทรนด์เชฟ 3 ปี แต่ผมลดระยะเวลาเหลือเพียง 3 เดือน หรือเด็กเสิร์ฟที่วันแรกยังทำไม่คล่อง แต่วันต่อมาเขาสามารถทำเป็นทุกอย่าง นอกจากนี้ เรายังมองเรื่องบุคลากรในระยะยาวด้วย การทำร้านอาหารอัตราการเทิร์นโอเวอร์จะค่อนข้างสูง เฉลี่ยอยู่ที่ 10 เปอร์เซ็นต์ แต่ผมทำให้เหลือแค่ 7 เปอร์เซ็นต์ ด้วยการที่เราสนับสนุนทุนการศึกษาให้แก่เด็ก เมื่อเขาสำเร็จการศึกษาก็สามารถเป็น Manager ร้านได้ทันที มันเป็นความผูกพันระหว่างเด็กและองค์กร”
อีกหนึ่งจุดที่สำคัญ ซึ่งทำให้นักธุรกิจรายนี้ สามารถเปลี่ยนยอดขายจากหลักร้อยล้านมาสู่พันล้านได้ในช่วงเวลาแค่ 4 ปี คือการปรับปรุงระบบที่ใช้ ให้สอดคล้องกับยอดขาย ถือเป็นการลดต้นทุนที่ยังคงคุณภาพไว้เท่าเดิม


“เมื่อผมเข้ามาบริหาร ผมสั่งยกเลิกระบบครัวกลางทันที ไม่ใช่ว่าระบบครัวกลางไม่ดีนะ ครัวกลางสามารถควบคุมคุณภาพมาตรฐานได้ง่ายกว่า แต่ครัวกลางมีต้นทุนสูงมาก เราก็ปรับมาสู่การใช้ระบบโลจิสติกส์ ด้วยการให้ ซัพพลายเออร์ของเราส่งวัตถุดิบโดยตรงถึงแต่ละสาขา ซึ่งเรามีเทคนิคที่สามารถรักษามาตรฐานของสเต๊กได้ นอกจากนี้ เรายังมีระบบควบคุมการผลิตซอสสูตรลับ Rambo อย่างดี ด้วยการแยกให้ซัพพลายเออร์ 2 ราย ผลิตส่วนผสมของซอสที่จะยังไม่สำเร็จรูป และค่อยนำมาผสมปรุงรสชาติเบ็ดเสร็จภายในร้านอาหาร เพื่อลดความเสี่ยง ซึ่งระบบการจัดการเหล่านี้เองเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ซานตา เฟ่สามารถขยายตัวได้อย่างรวดเร็ว”

จากการเปลี่ยนแปลงและความสำเร็จที่เกิดขึ้นนั้น ซึ่งปัจจุบันซานตา เฟ่มีสาขามากถึง 82 แห่งด้วยกัน นั่นเป็นเพราะความไม่ย่อท้อต่อปัญหาที่ฝังอยู่ใน DNA ของชายคนนี้ ประกอบกับการใช้ช่วงระยะเวลากว่า 8 ปี เป็นดั่งสนามทดลองที่คอยลองผิดลองถูกว่าแบบไหนจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับซานตา เฟ่

“สำหรับนักธุรกิจที่เขาเติบโตและมีวันนี้ได้ ทุกคนต่างพบกับคำว่าล้มเหลวมาก่อนทั้งนั้น เพียงแต่จะเป็นความล้มเหลวครั้งที่ 1 ครั้งที่ 2 ครั้งที่ 3 ไปเรื่อยๆ จนเจอกับความสำเร็จ เช่นเดียวกับผมที่ใช้เวลาอยู่นานเหมือนกันกว่าจะมีวันนี้ได้ เพราะถึงต่อให้เราล้มเหลวแต่ผมก็จะไม่ยอมล้มเลิกโดยเด็ดขาด”

จากเรื่องราวทั้งหมด จะเห็นได้ว่าปัจจัยที่เป็นตัวนำพาให้ซานตา เฟ่เติบโตอย่างโดดเด่นนั้น อยู่ที่การให้ความสำคัญกับเรื่องแบรนด์ การมีระบบงานหลังบ้านที่ดี และท้ายที่สุดคือ พลังของความเป็นผู้ประกอบการที่มีอยู่เต็มเปี่ยม จึงไม่แปลกใจเลยที่ซานตา เฟ่จะเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ได้รับรางวัล Bai Po Business Award by Sasin ครั้งที่ 11 ใน มิติการบริหารจัดการด้านการสร้างตราสินค้าและการตลาด (Branding and Marketing) การบริหารจัดการด้านการปฏิบัติการ (Operational Best Practice) และ การสร้างธุรกิจด้วยพลังแห่งการเป็นผู้ประกอบการ (Entrepreneurship)

พลอย เฌอมาลย์ ผิวแทน ลุคนี้มีความเริ่ด อยากผิวแทนทำอย่างไร มาดู

พลอย เฌอมาลย์ ผิวแทน ลุคนี้มีความเริ่ด อยากผิวแทนทำอย่างไร มาดู

พลอย เฌอมาลย์ ผิวแทน ลุคนี้มีความเริ่ด อยากผิวแทนทำอย่างไร มาดู

ได้เวลากลับมาทวงบัลลังก์ความแซ่บอีกครั้ง สำหรับ “พลอย เฌอมาลย์” ในการกลับมาของละคร เรื่อง “สายลับรักป่วน” ทางช่อง 3 ประกบพระเอก “แอนดริว เกร็กสัน” บอกเลยว่าออกอากาศไปเพียงตอนเดียว ทำเอาคนดูติดกันงอมแงมทั่วบ้านทั่วเมือง

นอกจากการกลับมาลงจอให้แฟนๆ หายคิดถึงแล้ว ครั้งนี้ พลอยมาพร้อมลุคเปรี้ยวๆ ดูแปลกตา ลอกคราบจากผิวขาวสวย กลายเป็นสาวอินเตอร์ผิวสีแทน ใส่ชุดบิกินี่ อวดหุ่นดูมๆ ผิวเนียนๆ หน้าคมๆ ได้อย่างเริ่ดมากๆ

เรียกว่าพลอยมาถูกทาง เพราะช่วงหลัง “เทรนด์ผิวสีแทน” มาแรงเวอร์ๆ การเปลี่ยนลุคเป็นสาวผิวสีแทนของแม่พลอยในครั้งนี้ เสียงตอบรับของแฟนคลับจึงดีมากๆ มีแต่คนชม ชอบในสีผิวใหม่ของนาง

“พลอย เฌอมาลย์” ใช้วิธีเปลี่ยนผิวขาว เป็น ผิวแทน ด้วยการอาบแดด ช่วงหลังมานี้ หากเข้าไปส่องในอินสตาแกรมของนาง จะเห็นได้เลยว่ากิจกรรมยามว่าง คือการนอน “อาบแดด” ล้วนๆ ค่ะ

สำหรับสาวๆ ที่อยากผิวสีน้ำผึ้ง หรือ ผิวสีแทน ด้วยการอาบแดด มีวิธีง่ายๆ มาฝากค่ะ

– ก่อนอาบแดดควรทำให้ผิวให้ชุ่มชื้นก่อน โดยการทาโลชั่น เพราะผิวที่ชุ่มชื้นจะทำให้แทนได้ง่ายกว่าผิวที่แห้งค่ะ

– ทาครีมกันแดดที่มี SPF เหมาะสมกับผิว หากคุณมีผิวสีค่อนข้างอ่อนให้ทาโลชันที่มีระดับ SPF ที่สูงกว่าคนที่มีผิวสีคล้ำ ไม่ว่าคุณจะมีผิวแบบไหนหรือทำผิวมามากในระดับไหนแล้ว คุณควรทาครีมกันแดดที่มีระดับ SPF สูงกว่า 15

– ถ้าคุณไม่ทาครีมกันแดด เวลาทำผิวแทน รังสี UVA และ UVB จะทำร้ายผิวหนังได้

– ระหว่างอาบแดด ควรปกป้องสายตาด้วยแว่นกันแดด และใส่หมวก เพื่อป้องกันฝ้าบนใบหน้าด้วยนะคะ

– ดื่มน้ำเยอะๆ เพราะระหว่างอาบแดดร่างกายจะสูญเสียน้ำจำนวนมาก ควรจิบน้ำเป็นระยะเพื่อทดแทนน้ำในร่ายกายที่สูญเสียไป

– หลังจากผิวแทนแล้ว ใช้โลชั่นที่ทำจากว่านหางจระเข้เพื่อทำให้ผิวนุ่มชุ่มชื้น ผิวแทนสวยดูเป็นธรรมชาติ

ใครอยากผิวแทนสวยๆ ลองจัดไปเลยค่ะ ส่วน “พลอย เฌอมาลย์” จะสวย แซ่บแค่ไหน เมื่อมีผิวสีแทน ตามมาดูเลย

จา พนม กระทบไหล่ วิน ดีเซล บู๊ระห่ำในตัวอย่างแรก xXx: Return of Xander Cage

จากความสำเร็จของ 2 ภาคแรกที่กวาดรายได้ทั่วโลกมากกว่า 340 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เตรียมพบกับการกลับมาอีกครั้งของแฟรนไชส์ xXx ใน xXx: Return of Xander Cage หรือ xXx (ทริปเปิ้ลเอ็กซ์): ทลายแผนยึดโลก โดย วิน ดีเซล กลับมารับบท แซนเดอร์ เคจ นักกีฬาเอ็กซ์ตรีมที่ผันตัวมาทำงานในรัฐบาล โดยแซนเดอร์ต้องเผชิญหน้ากับเซียง นักรบสุดอันตราย ในภารกิจทวงคืนอาวุธอันตรายอย่าง Pandora’s Box

นอกเหนือจาก วิน ดีเซล ที่รับบทนักแสดงนำ ควบตำแหน่งผู้อำนวยการสร้างแล้ว ยังได้ทีมนักแสดงชั้นนำมาร่วมงานด้วย อาทิ ดอนนี่ เยน, ดีพิกา พาดูโคน, รูบี้ โรส, นีน่า โดเบรฟ, คริส วู, โทนี่ คอลเล็ตต์ และ ซามูเอล แอล. แจ็คสัน 

โดยแฟนหนังยังได้เห็นโฉมหน้าพระเอกนักบู๊ชาวไทยอย่าง โทนี่ จา (จา พนม) ในลุคชุดสูทสีดำ และสีผมสีบรอนซ์สว่างโดดเด่น โผล่มาบู๊แหลกในเรื่องอีกด้วย

ภาพยนตร์ถ่ายทำที่โตรอนโต แคนาดา และสาธารณรัฐโดมินิกัน โดยได้ ดี.เจ. คารูโซ (จาก I am Number Four) มารับหน้าที่ผู้กำกับภาพยนตร์ เตรียมพบกับแอ็คชั่นทริลเลอร์สุดเอ็กซ์ตรีมและคิวบู๊สุดระห่ำใน xXx: Return of Xander Cage หรือ xXx (ทริปเปิ้ลเอ็กซ์): ทลายแผนยึดโลก 19 มกราคม 2560 ในโรงภาพยนตร์

ตัวอย่างภาพยนตร์ xXx: Return of Xander Cage