ไผท ผดุงถิ่น – ถอดรื้อมายาคติวงการธุรกิจก่อสร้าง

ไผท ผดุงถิ่น - ถอดรื้อมายาคติวงการธุรกิจก่อสร้าง

ไผท ผดุงถิ่น – ถอดรื้อมายาคติวงการธุรกิจก่อสร้าง

เรื่อง: Arinn ภาพ: แสงอรุณ จำปาวัน, www.facebook.com/builk/

เขาต้องการเปลี่ยนวงการก่อสร้าง
เขาพูดกึ่งทีเล่นทีจริง “ถ้าผมตายไป โดนเหล็กฟาดในไซต์งานก่อสร้าง ผมควรได้อนุสาวรีย์”

โบ๊ท – ไผท ผดุงถิ่น ผู้ก่อตั้ง Builk.com ผู้ทำซอฟต์แวร์การบริหารจัดการธุรกิจก่อสร้าง รวมทั้งเป็นร้านขายวัสดุก่อสร้างออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย
เขาเป็นสตาร์ทอัพไทยรุ่นแรกๆ ในบ้านเรา ก่อนที่คำนี้จะพูดกันเกร่อพอๆ กับคำว่าสโลว์ไลฟ์ เขาเป็นผู้ก่อตั้งสมาคมเทคสตาร์ทอัพ (Thailand Tech Startup Association) สวมบทบาทเป็นนายกสมาคมคนแรก ก่อนจะหมดวาระไปเมื่อไม่นานมานี้ ยังไม่หมด…เขาเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเพจเจ๊จู I-JU วัสดุก่อสร้าง ที่เป็นไวรัลในโลกออนไลน์เมื่อหลายเดือนก่อน

ช่วงนี้มีแต่คนพูดคำว่าสตาร์ทอัพ จริงๆ นิยามของมันคืออะไร
สตาร์ทอัพไม่ใช่เรื่องใหม่ ทุกคนเคยเป็นอยู่แล้ว ธุรกิจเริ่มต้นใหม่ที่ไหนก็เรียก Start Up แต่ปัจจุบันกับสมัย 20-30 ปีที่แล้วไม่เหมือนกัน เทคโนโลยีในยุคนี้เป็นสิ่งที่ในอดีตไม่มี ใครจะถือสมาร์ทโฟนทั้งประเทศแบบนี้ ใครจะเข้าถึงข้อมูลได้แบบนี้ พฤติกรรมคนเปลี่ยนด้วยเทคโนโลยีเป็นตัวขับเคลื่อน ทำให้เวลาพูดว่า Start Up โดยเซนส์แล้วจะเป็นเรื่อง Tech Start Up แต่ประเทศไทย บางทีภาครัฐก็ไม่เข้าใจ ใครเปิดร้านก็เป็นสตาร์ทอัพทั้งนั้น มีร้านก๋วยเตี๋ยวก็เป็นสตาร์ทอัพ แบบนั้นไม่ผิด แต่ไม่ได้ก่อให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจ และไม่ได้ทำให้เราหลุดกับดักรายได้ปานกลาง

สตาร์ทอัพคือคนที่ทำงานแก้ปัญหาอะไรบางอย่าง อยู่ที่ว่ามีใครคันพอจะแก้ปัญหาหรือเปล่า เราเรียกแท็กซี่ แล้วแม่งปฏิเสธ แต่เราไม่คัน เราก็ช่างแม่งเรียกคันใหม่ แต่มีคนคิดว่า เฮ้ย! ทนไม่ได้ เลยใช้ความคิดสร้างสรรค์ ทำแอพที่ให้คนกับแท็กซี่แมตซ์กัน เลยเกิดแอพอย่าง Uber หรือ Grab ขึ้นมา ผมว่าบางทีก็เข้าใจสตาร์ทอัพกันผิดไปหน่อย ไม่ใช่คนทำแอพ แต่คือคนที่แก้ปัญหาด้วยเทคโนโลยีที่ต้นทุนต่ำและทำได้เร็ว
ดูอย่าง Line หรือ Uber เกิดขึ้นมา 4-5 ปี แต่สร้างมูลค่าธุรกิจได้อย่างมหาศาล เปลี่ยนแปลงชีวิตคนได้มากมาย สิ่งที่ต่างกับบ้านเราคือความเข้าใจเทคโนโลยีและการหยิบมันมาใช้ การเริ่มต้นธุรกิจต้องระลึกว่าเทคโนโลยีเป็นสิ่งสำคัญ เราอยากเห็นผู้ประกอบการไทยมองหานวัตกรรมที่ทำให้ธุรกิจสร้างความแตกต่างและเติบโตแบบยั่งยืนได้จริงๆ


Start Up กับ SMEs ต่างกันอย่างไร
สตาร์ทอัพเป็นสเตจหนึ่งของเอสเอ็มอี มันต่างกันนิดเดียวตรงที่เราเกิดมาทีหลัง แต่ใช้ความคิดสร้างสรรค์และเทคโนโลยีมากขึ้น ผมเคยเป็นเอสเอ็มอีก่อนที่จะมาทำโปรแกรมขาย เราแบ่งพาร์ทหนึ่งของบริษัทไปคิดแบบสตาร์ทอัพ เกิดธุรกิจใหม่ชื่อ Builk นั่นแหละ มันอาจจะเข้าไปทำร้ายธุรกิจเก่าของผม แต่ดีกว่าให้คนอื่นมาทำร้าย ผมเรียกมันว่า Constructive Disruption คือทำร้ายเพื่อสร้างใหม่

กรณี Grab Bike และ Uber Moto ที่ถูกกรมการขนส่งแบน คุณมองเรื่องพวกนี้อย่างไร
ผมมองแบบนี้ครับ หน้าที่ของภาครัฐคือต้องระวังไม่ให้เกิดปัญหา แต่ท่าทีแปลกไปหน่อย ในต่างประเทศอย่างสิงคโปร์ก็มีปัญหาแบบนี้เกิดขึ้น ธุรกิจเก่า ธุรกิจใหม่ ผลประโยชน์เก่า ผลประโยชน์ใหม่ รัฐมีหน้าที่ป้องกัน เขาบอกว่าถ้ามีเรื่องใหม่เกิดขึ้นมา เขาจะจับตามองก่อน แต่ไม่ใช่ห้าม ผิดกับเราที่จะห้ามก่อน ซึ่งอันตรายมาก มันจะเป็นตัวบล็อกความคิดสร้างสรรค์และโมเดลธุรกิจใหม่ๆ

วิธีคิดแบบเก่าๆ ที่ว่าใช้เงินฟาด ตั้งกองทุนพันล้านหมื่นล้านส่งเสริมสตาร์ทอัพ ผมว่าแบบนั้นมีความเสี่ยงมาก เพราะทำโดยคนที่ไม่เข้าใจ เงินหาจากที่ไหนก็ได้ โลกนี้มีเงินเต็มไปหมด ถ้าสตาร์ทอัพมีคุณภาพ หาเงินได้ไม่ยาก แต่รัฐมาถึงจะเอาเงินไปอุ้ม ใครก็ได้ที่เป็นสตาร์ทอัพ ดีหรือเปล่าไม่รู้ เงินนั้นก็จะละลาย แล้วเกิดการต่อต้านจากอีกฝั่งหนึ่ง เอาภาษีกูไปละลายทำไม คำแนะนำจากผมคือว่าควรดึงคนที่มีความเป็นมืออาชีพ กองทุนจากต่างประเทศที่เคยลงทุนในสตาร์ทอัพแล้วรู้เรื่องมากกว่ารัฐหรือผม รัฐควรทำหน้าที่ของรัฐที่เอกชนทำไม่ได้ เช่นแก้กฎหมายให้ทันสมัย

กลับมาที่ตัวคุณ ช่วยเล่าเส้นทางของธุรกิจคุณให้ฟังหน่อย
ผมทำรับเหมาก่อสร้างมาหลายปี รู้ว่าปัญหาในวงการธุรกิจก่อสร้างมีอะไรบ้าง อยากจะแก้ปัญหานั้น ประมาณปี 2005 ผมเลยทำโปรแกรมบริหารจัดการธุรกิจก่อสร้าง เขียนโปรแกรมใส่แผ่นซีดีขายให้ลูกค้า ก็ขยายตัวช้าๆ ประมาณปี 2007 สภาพแวดล้อมภายในของเมืองไทยมีผลกระทบกับเราพอสมควร อุตสาหกรรมก่อสร้างเริ่มหดตัว ธุรกิจเริ่มเป๋ เราเลยไปทำธุรกิจที่เวียดนาม เพราะคิดว่าธุรกิจก่อสร้างที่นั่นน่าจะดี ปรากฏว่าเจ๊ง จำได้ว่าวันที่เราปิดออฟฟิศที่เวียดนามกลับมา ก็นั่งคิดบนเครื่องบินว่า เราโง่หรือเปล่าที่ต้องเดินขายซอฟต์แวร์ทีละประเทศ ทำไมเฟซบุ๊กไม่เคยมาออกบูธที่ประเทศเราเลย แต่คนแม่งยังใช้กัน ฝรั่งคิดโมเดลธุรกิจแบบนี้ได้ ทำไมเราคิดไม่ได้

ตอนนั้นได้ยินคำว่า Internet Business คือทำธุรกิจบนอินเตอร์เน็ต ไม่ต้องใส่ซีดีขายอีกแล้ว เลยเป็นที่มาของ Builk เริ่มจากปัญหาธุรกิจซอฟต์แวร์ของผมที่ไม่สามารถขยายตัวได้เร็ว ในปี 2010 เราเปลี่ยนโมเดลธุรกิจใหม่ให้คนใช้ฟรีเลย เลิกขายแล้ว เราเห็นว่าความฟรี มันเปลี่ยนแปลงชีวิตคนได้เยอะมาก คนได้ประโยชน์มากขึ้น ตลาดก็เปลี่ยน เราเลยตั้งใจว่า Builk จะเป็นผู้เล่นที่เปลี่ยนอุตสาหกรรมนี้ เราต้องทำอะไรบ้าๆ แบบนั้น

แล้วแบบนี้รายได้ของคุณจะมาจากไหน
ช่วงแรกเราก็คิดว่าจะเป็นแบบเฟซบุ๊ก มีคนใช้เยอะเดี๋ยวก็มีโฆษณามาลง แต่สุดท้ายโฆษณาเลี้ยงดูผมไม่ได้ ผมเริ่มเข้าใจมากขึ้นว่าสิ่งที่เฟซบุ๊กมีคืออะไร เฟซบุ๊กมีดาต้าของคนที่ใช้ เช็คอินอยู่ที่ไหน ความรู้สึก กินอะไร ถ่ายรูปกับใคร พวกนี้คือดาต้ามหาศาล เราก็ทำคล้ายๆ แบบนั้น คนที่ใช้โปรแกรมฟรีของผมก็กำลังแชร์ดาต้ามหาศาลอยู่ เขาซื้อเหล็ก ค้อน ตะปูที่ไหน ไปสร้างบ้านอยู่โครงการไหน สมัยก่อนไม่มีใครเคยเก็บได้ วันนี้เราเป็นแพลตฟอร์มฟรี ทุกคนได้ประโยชน์จากเรา ทำงานควบคุมธุรกิจของตัวเองง่ายขึ้น เราไม่ได้เอาดาต้าไปขาย เราเอาไปวิเคราะห์เพื่อประโยชน์ของผู้ใช้ เช่น ผู้รับเหมารายนี้ที่ไปทำบ้านของคุณชอบบ้านสไตล์โมเดิร์น ผมก็จัดโฆษณาที่เหมาะสมกับสินค้าบ้านสไตล์โมเดิร์นให้กับผู้รับเหมา เขาจะซื้อของได้ง่ายขึ้น นั่นคือการโฆษณาที่ฉลาดขึ้น

วันนี้มูลค่างานก่อสร้าง 5 หมื่นล้าน ผมรู้แล้วว่าทำอะไรกันอยู่บ้าง แล้วใครต้องการอะไร พอผมมีดาต้าเยอะมากขึ้นเรื่อยๆ ก็เห็นศักยภาพของโมเดลธุรกิจนี้ ผมเห็นคนต้องการใช้เหล็กเดือนละเป็นพันตัน ใช้ปูนพันตัน เราลองไปคุยกับโรงงานเหล็ก เอาของไปขาย แมตชิ่งดีมานต์กับซัพพลาย ส่งเหล็กไปถึงไซต์งานเลยได้ไหม โรงงานขายของได้ง่ายขึ้น ปี 2015 เราเริ่มเป็นอีคอมเมิร์ซ รายได้ก็เติบโตแบบก้าวกระโดด วันนี้เราเป็นร้านวัสดุก่อสร้างออนไลน์แบบไม่มีหน้าร้าน จัดส่งได้ทั่วประเทศแบบไม่มีรถขนส่ง เรียกโมเดลธุรกิจแบบนี้ว่า Data Driven Construction Supply

พอทำมาถึงจุดหนึ่งพบว่า เราไม่สามารถขายของคนเดียวได้ ที่ผ่านมาเราเป็นแพลตฟอร์มให้ผู้รับเหมามาเหยียบแล้วไปได้ไกลขึ้น คราวนี้ผมอาสาเป็นแพลตฟอร์มให้ร้านวัสดุก่อสร้าง เหมือนกับการสร้างห้างแบบเวอร์ชวลขึ้นมา มีคนมาเดินในห้างเยอะๆ เราก็มีดาต้า รู้ว่าแต่ละคนซื้ออะไร จากนั้นผมก็เอาของมาขายเอง และเอาร้านอื่นๆ มาขายด้วย เราอยากเป็น Marketplace แบบอาลีบาบา แต่เป็นเฉพาะทางเรื่องวัสดุก่อสร้าง แบบ b2b เริ่มที่เมืองไทยแล้วขยายไปทั่วอาเซียน เพราะดูแล้วว่างานก่อสร้างเติบโตได้อีกเป็นสิบๆ ปี

ทำไมถึงเลือกกลุ่มลูกค้าเป็น B2B ไม่ใช่ B2C
วงการก่อสร้างในไทยมีมูลค่า 1 ล้านล้านบาท เป็นเมกะโปรเจ็กต์ประมาณ 5 แสนล้าน แสดงว่าเป็น B2B อยู่ครึ่งหนึ่ง เราขอเลือกท่ายาก คู่แข่งก็ยังมีไม่มากนัก เราต้องคิดแบบกบฎ แบบคนไม่มีตังค์ ความคาดหวังของผมคือไม่ได้อยากรวยที่สุดในโลก เราอยากได้ชื่อในการเปลี่ยนวงการก่อสร้าง เพราะนี่คือวงการที่ล้าหลังที่สุดในโลก

เพจเจ๊จู ที่เป็นไวรัลในโลกออนไลน์ช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา มันเกิดขึ้นได้อย่างไร ทำไมต้องเป็นเจ๊จู
Builk เนี่ยมันเล่ายาก วิธีการผมคือสร้างคาแร็กเตอร์ขึ้นมาคนหนึ่ง แล้วเล่าเป็นคลิปวิดีโอน่าจะเข้าใจง่ายขึ้น ก่อนหน้านี้เรามีคลิปชื่อเฮียอู๋ ก็เล่าว่าชีวิตผู้รับเหมาแบบเฮียอู๋เป็นอย่างไร พอถึงจังหวะเจ๊จู เราก็ทำพล็อตให้มันดูเกรียนๆ หน่อย เล่าเรื่องร้านวัสดุก่อสร้าง เปิดเพจเจ๊จูขึ้นมา ปรากฏในหนึ่งสัปดาห์มีคนไลค์เพจแสนคน ทุกคนตั้งคำถามว่าคือใคร เราก็เลยต้องทำคลิปวิดีโอออกมาก่อนกำหนด แล้วการตอบรับดีมาก มีร้านวัสดุก่อสร้างที่สนใจแบบเจ๊จูอยากขายของกับเรา เราก็ต้องคุยกับเขา ร้านไหนพร้อมก็เอามาขึ้นก่อน ทำให้เราเข้าสู่การเป็น Marketplace เร็วขึ้น แต่เพจเจ๊จูตอนนี้เราตั้งใจให้กระแสเบาๆ ลงไป อยากให้มันไปเรื่อยๆ มากกว่า

เพจเจ๊จูทำให้คนรู้จักคุณมากขึ้นไหม
ใช่ครับ…โดยที่ไม่ได้ตั้งใจ เราไม่สามารถเป็น Everything for Everyone เราอยากเป็น Something for Someone ขอทำกับผู้รับเหมาที่เป็นเอสเอ็มอีก็พอแล้ว

ตอนนี้ Builk ได้เปลี่ยนแปลงอะไรบ้างในธุรกิจก่อสร้าง
มีหมื่นกว่าบริษัทใช้เรา เหลืออีกแปดหมื่นรายที่ยังไม่ได้ใช้ เราก็ค่อยๆ ขยายไป นอกจากโปรแกรมฟรีแล้ว ปีที่แล้วจากงานวิจัยของ TDRI บอกว่าช่วยลดต้นทุนให้ผู้รับเหมาได้ 2.6% ปีนี้เราตั้งเป้าอยากช่วยลดต้นทุนการจัดส่งวัสดุให้ได้ 5-10% ผู้รับเหมาแย่ๆ ก็จะลดลง นั่นคือโอกาสที่ประเทศไทยได้ประโยชน์

จะเก็บความเป็นสตาร์ทอัพไว้อีกนานแค่ไหน
ผมไม่อยากเรียกตัวเองว่าเป็นสตาร์ทอัพแล้ว ในเชิงธุรกิจผมเจอหนทางแล้ว แต่ในทางจิตวิญญาณ ผมอยากเก็บสิ่งนี้ไว้ ทำให้เราตื่นตัวตลอดเวลา ต้องยอมรับว่าเราเป็นสตาร์ทอัพที่เปลี่ยนเกมคนอื่น ซึ่งไม่ได้แปลว่าคุณจะประสบความสำเร็จ อาจมีคนที่ใหม่กว่าคุณมาเปลี่ยนเกมของคุณอีกก็ได้ ถ้าผมประมาทหรือเข้าสู่คอมฟอร์ทโซนเร็วเกินไป ผมตายชัวร์ อาจมีโปรเจ็กต์ใหม่แล้วทำแบบสตาร์ทอัพ ลองผิดลองถูกต่อไป นั่นคือเพื่อให้เราอยู่รอด แล้วมองรอบข้างว่ามีใครที่เราจะร่วมมือกัน หรือเข้าไปลงทุนในสตาร์ทอัพอื่นๆ เหตุผลที่เราต้องทำงานเหนื่อยเพราะผมกลัววันหนึ่งจะมีคนมา Disrupt เหมือนที่ผมเคย Disrupt คนอื่น

Happy Healthy แบบ “เบสท์ ณิชชารีย์ กิจวิริยะธนโชติ”

Happy Healthy แบบ “เบสท์ ณิชชารีย์ กิจวิริยะธนโชติ”

Happy Healthy แบบ “เบสท์ ณิชชารีย์ กิจวิริยะธนโชติ”

แค่พูดคำว่า “อาหารสุขภาพ” หรือ “เมนูเฮลท์ตี้” หลายคนคงส่ายหน้าหนี พร้อมกับคิดถึงอาหารรสชาติไม่อร่อยและอุดมไปด้วยผัก แต่จริงๆ แล้วการกินอาหารที่ดีและมีประโยชน์กับร่างกายไม่ใช่เรื่องยากและสามารถกินได้ (อร่อย) ทุกมื้อ เช่นเดียวกับ “เบสท์ ณิชชารีย์ กิจวิริยะธนโชติ” นักร้องสาวสวยจากวงโอลีฟและเจ้าของร้านอาหารเฮลท์ตี้สุดชิก “Brekkie” ที่ยืนยันกับเราด้วยน้ำเสียงสดใส (และหุ่นสุดเฟิร์ม) ว่ากินอาหารสุขภาพก็อร่อยและมีความสุขได้ทุกวัน

“คนส่วนใหญ่ชอบคิดว่าอาหารเฮลท์ตี้ไม่อร่อย ซึ่งจริงๆ แล้วเราสามารถทำอาหารสุขภาพให้ออกมาอร่อยถูกปากได้ และไม่จำเป็นต้องมีแต่ผักหรือต้องกินแต่สลัดเท่านั้น แล้วต้องเข้าใจด้วยว่าอาหารเฮลท์ตี้ไม่ใช่อาหารคลีนนะ คือไม่ใช่อาหารที่กินแล้วจะผอม แต่เป็นอาหารที่กินแล้วร่างกายแข็งแรง กินแล้วสุขภาพดี

อย่างตัวเบสท์เองกินอาหารแบบนี้แล้วไม่เคยป่วยเลย เข้าโรงพยาบาลครั้งสุดท้ายคือสมัยอายุ 6 ขวบ ซึ่งเรื่องแบบนี้มันจะเห็นผลกันก็ต้องในระยะยาว ไม่ใช่กินวันนี้พรุ่งนี้จะผอมหรือแข็งแรงทันที เบสท์เชื่อว่าถ้าเราดูแลตัวเองให้ดีจากภายใน สุดท้ายก็จะเห็นผลลัพธ์ที่ดี ที่สำคัญต้องมีวินัยในการกินด้วย แต่ก็ไม่ใช่เคร่งครัดมากจนเครียดหรือกินอะไรแทบไม่ได้เลยค่ะ (ยิ้ม)”

ฟังแบบนี้เราเลยไม่รีรอที่จะขอ “วิธีกิน” อาหารที่ทั้งอร่อยและดีต่อสุขภาพของเจ้าแม่เฮลท์ตี้คนใหม่ ซึ่งเธอก็ยอมให้ล้วง (เคล็ด) ลับกันแบบไม่มีหวงเลยทีเดียว

“อย่างแรกเบสท์แนะนำให้เลือกกินพวกซูเปอร์ฟู้ดค่ะ ซูเปอร์ฟู้ดคืออาหารที่มีคุณค่าในตัวเองเยอะมาก ยกตัวอย่างเช่น ถ้ากินข้าวซึ่งเป็นแป้งเราจะได้คาร์โบไฮเดรต ได้ไฟเบอร์นิดหน่อย แต่ถ้ากินควินัวซึ่งมีทั้งคาร์โบไฮเดรตที่ดี มีไฟเบอร์ แร่ธาตุต่างๆ มีโปรตีนซึ่งข้าวไม่มี ร่างกายก็จะได้ประโยชน์และสารอาหารมากกว่า วิธีเลือกซื้อควินัวให้ดูเวลาใส่น้ำหุง ควินัวที่ลอยขึ้นมาคือฝ่อ คุณภาพไม่ดี หรือหุงแล้วฟูขึ้นมาน้อย แต่ถ้าควินัวอย่างดีหุงแล้วจะฟูขึ้นมา 5 เท่าเลยค่ะ

“ถ้าชอบผักผลไม้ลองกินอาซาอิเบอร์รี ซึ่งเป็นซูเปอร์ฟู้ดที่มีสารแอนติออกซิแดนต์เยอะมาก ช่วยต้านอนุมูลอิสระ กินแล้วดีกับร่างกาย ไม่แก่เร็ว หรือผักเคล มีโปรตีน ไฟเบอร์ และคลอโรฟิลล์สูง ใครชอบกินโกโก้ เบสท์แนะนำให้กินคาเคาแทน คือคาเคาจะผ่านกระบวนการโคลด์เพรสหรือการสกัดเย็นโดยไม่ผ่านความร้อนเลย พวกเอนไซม์ วิตามิน แร่ธาตุต่างๆ ในเมล็ดโกโก้ยังมีชีวิตอยู่ ยังมีสารอาหารทุกอย่างครบ ร่างกายจะได้ประโยชน์เต็มที่

“ส่วนเวลาอยากกินของหวานเบสท์จะทำแพนเค้กง่ายๆ ใช้แค่กล้วยกับไข่ บดกล้วย 1 ผล ตีผสมกับไข่ขาว 2 ฟอง แล้วเอาลงนาบในกระทะ เป็นแพนเค้กกล้วยที่ดีต่อร่างกายกว่าการใช้แป้งแพนเค้ก กินแล้วร่างกายเอาพลังงานจากกล้วยไปใช้ได้เลย

“ที่สำคัญเบสท์จะเลือกกินอาหารออร์แกนิกเป็นหลักค่ะ อย่างผักก็ต้องปลูกในดิน ไม่ใช้สารเคมีหรือปลูกแบบไฮโดรโปนิกส์ ซึ่งดูธรรมชาติก็จริง แต่ก็เป็นปลูกในรางบังคับ ถ้าปลูกในดินคือผักจะได้โตแบบธรรมชาติจริงๆ ซึ่งดีกับสุขภาพเรามากที่สุด”

แต่นอกจากกินเพื่อสุขภาพแล้ว สาวสวยคนนี้ยังย้ำด้วยว่าสิ่งสำคัญที่สุดของการกินคือ อย่าฝืนกินสิ่งที่ไม่ชอบจนเป็นความทุกข์ของชีวิต และต้องไม่อดอาหารอย่างใดอย่างหนึ่งไปเลย เพียงเพราะอยากลดน้ำหนักเท่านั้น

“สาวๆ บางคนเวลาลดความอ้วนจะบอกว่าห้ามกินแป้ง ซึ่งไม่ได้นะคะ ยังไงก็ต้องกินด้วย ต้องกินให้ครบทุกหมู่และห้ามอดอาหารเด็ดขาด แต่ตัวเบสท์กินอาหารสุขภาพจนเป็นนิสัย ทุกคนมักจะคิดว่าการที่เรากินแบบนี้คือเป็นทุกข์ เหมือนแบบ…เธอมีความสุขรึเปล่า ซึ่งไม่ใช่เลยนะ (หัวเราะ) เราแค่กินในสิ่งที่ชอบ และเบสท์เป็นคนไม่ชอบกินของทอดหรืออาหารมันๆ อยู่แล้ว ไอศกรีมก็ชอบแบบซอร์เบต์ เพราะชอบกินอะไรรสเปรี้ยวๆ อย่างพวกเบอร์รีและมะนาว

ส่วนอาหารทั่วไปชอบกินส้มตำ ปลานึ่ง โดยเฉพาะปลาเผา ชอบมาก (ลากเสียงยาว) มีช่วงหนึ่งคุณแม่จะต้องซื้อปลาเผามาให้กินทุกวัน วันละตัวเลย ก็ไม่รู้กินเข้าไปได้อย่างไร ตอนนี้ชอบชาบุชาบุสไตล์อีสานด้วย ชอบร้าน Pot Ministry เพราะน้ำซุปเขาไม่ใส่น้ำตาล หรือถ้าอาหารญี่ปุ่นชอบร้าน Joushitsu Sushi ตรงเอกมัย เบสท์ชอบแซลมอน ฮามาจิ แต่จะไม่กินพวกโอโทโร่ ฟัวกราส์ คือไม่ชอบอะไรที่มันๆ เลี่ยนๆ ค่ะ”

ฟังสาวเบสท์อธิบายอย่างออกรสขนาดนี้ สาว(ผอม)น้อยอย่างเราก็ได้แต่อิจฉาไลฟ์สไตล์การกินสุดเฮลท์ตี้ของสาวสวยหุ่นดีคนนี้จริงๆ

สกอตแลนด์ เตรียมลงประชามติแยกตัวจากอังกฤษรอบ 2

สกอตแลนด์ เตรียมลงประชามติแยกตัวจากอังกฤษรอบ 2

สกอตแลนด์ เตรียมลงประชามติแยกตัวจากอังกฤษรอบ 2

สกอตแลนด์เริ่มเคลื่อนไหวที่จะจัดให้มีการลงประชามติเพื่อแยกตัวออกจากอังกฤษแล้ว ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศของไทยยืนยันว่าความสัมพันธ์กับอังกฤษจะคงเดิม แม้ว่าอังกฤษจะไม่ได้เป็นสมาชิกของสหภาพยุโรปต่อไปแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเดวิด แคเมรอน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ เดินทางเข้าเฝ้าสมเด็จพระราชินีนาถ เอลิซาเบธ ที่ 2 ที่พระราชวังบัคกิงแฮม เพื่อรายงานผลการลงประชามติอย่างเป็นทางการและกราบทูลให้ทรงทราบหลังการประกาศที่จะลาออกตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอังกฤษในเดือนตุลาคมนี้ เพื่อเปิดทางให้ผู้นำคนใหม่เป็นผู้ตัดสินใจทางการเมืองนำพาอนาคตของอังกฤษต่อจากนี้

ด้านธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ประกาศจับตามองตลาดการเงินและจะประสานงานกับธนาคารกลางของประเทศต่างๆ อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งระบุว่า ธนาคารมีเงินทุนสำรองและมีความพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือในการเสริมสภาพคล่องทั้งเงินสกุลยูโรและเงินสกุลต่างชาติ โดยทางธนาคารจะปฏิบัติหน้าที่ในการรักษาเสถียรภาพของราคาและการเงินในตลาดยุโรปอย่างเต็มที่

การประกาศความพร้อมดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากการลงประชามติในอังกฤษส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อตลาดเงินและตลาดทุนทั่วโลก โดยเฉพาะเงินปอนด์ สเตอร์ลิง ที่ปรับตัวลดลงต่ำสุดในรอบ 31 ปี ในขณะที่ตลาดหลักทรัพย์ทั่วโลกปรับตัวลดลงกันถ้วนหน้า

ด้าน นายบอริส จอห์นสัน อดีตนายกเทศมนตรีกรุงลอนดอน ซึ่งสนับสนุนให้อังกฤษออกจากอียู และเป็นผู้ที่ได้รับการวางตัวให้เป็นผู้นำคนใหม่ของอังกฤษ ประกาศว่า การแยกตัวในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสที่ยิ่งใหญ่ที่อังกฤษจะมีอิสรภาพในการจัดการเศรษฐกิจและควบคุมชายแดนของตัวเองและอังกฤษยังไม่จำเป็นที่จะต้องรีบเร่งในการเจรจาเพื่อออกจากอียู

ส่วนนางนิโคลา สเตอร์เจียน ผู้นำสกอตแลนด์ ประกาศว่า ขณะนี้สกอตแลนด์กำลังดำเนินการ เพื่อจัดการลงประชามติแยกตัวออกจากอังกฤษเป็นครั้งที่ 2 หลังจากประสบความล้มเหลวในการลงประชามติครั้งแรก เมื่อปี 2557

ขณะที่นางมาครี เลอ ปอง หัวหน้าพรรคเนชั่นแนล ฟรอนท์ ของฝรั่งเศส เรียกร้องให้มีการลงประชามติเช่นเดียวกัน พร้อมทั้งระบุว่า ผลประชามติในอังกฤษสะท้อนให้เห็นถึงชัยชนะแห่งเสรีภาพ ดังนั้นฝรั่งเศสและประเทศอื่นๆ ในอียู จะต้องจัดการลงประชามติเช่นเดียวกับอังกฤษ

ด้านนายโดนัลด์ ทรัมพ์ ว่าที่ตัวแทนของพรรครีพับลิกันในการชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ประกาศแสดงความยินดีต่อผลประชามติของอังกฤษ พร้อมทั้งระบุว่านี่ถือเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยม ที่แสดงว่าชาวอังกฤษต้องการอิสรภาพและต้องการประเทศกลับคืนมา

นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ประกาศท่าทีของประเทศไทยต่อผลประชามติในอังกฤษ ว่า อังกฤษจะยังคงเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญในยุโรปของไทยและไทยจะรักษาความสัมพันธ์กับอังกฤษไว้ต่อไป แม้อังกฤษจะไม่ได้เป็นสมาชิกอียูแล้วก็ตาม เนื่องจากความร่วมมือของทั้ง 2 ประเทศ ตั้งอยู่บนพื้นฐานของผลประโยชน์ร่วมกัน ทั้งในภาครัฐบาล เอกชนและประชาชน

นอกจากนี้ ยังได้เปิดเผยว่า นายไบรอัน เดวิสัน เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย ได้โทรศัพท์หารือกับนายทรงพล สุขจันทร์ อธิบดีกรมยุโรปของกระทรวงการต่างประเทศแล้ว รวมทั้งแจ้งให้ทราบถึงขั้นตอนที่เกี่ยวข้องของรัฐบาลอังกฤษในการดำเนินการตามผลการลงประชามติดังกล่าว ซึ่งทั้ง 2 ฝ่าย จะหารือและร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด เพื่อลดผลกระทบที่อาจจะมีขึ้นในมิติทางเศรษฐกิจต่อไป

ผู้นำสกอตแลนด์ระบุ จะหาทางอยู่อียูต่อไป

ผู้นำสกอตแลนด์ระบุ จะหาทางอยู่อียูต่อไป

ผู้นำสกอตแลนด์ระบุ จะหาทางอยู่อียูต่อไป

‘นิโคลา สเตอร์เจียน’ นายกรัฐมนตรีสกอตแลนด์เตรียมเจรจากับสหภาพยุโรป ขออยู่ในอียูต่อไป แม้สหราชอาณาจักรจะลงประชามติออกจากอียูก็ตาม

นางนิโคลา สเตอร์เจียน นายกรัฐมนตรีสกอตแลนด์ ระบุว่าจะเจรจาโดยด่วนกับสหภาพยุโรปหรืออียู เพื่อหาทางรักษาสถานภาพของสกอตแลนด์ในอียูต่อไป หลังจากผลประชามติเบรกซิทออกมาเมื่อวานนี้ว่าสหราชอาณาจักรจะออกจากอียู

เสียงข้างมากจากทั้งอังกฤษ และเวลส์เลือกที่จะออกจากอียู ส่งผลให้สกอตแลนด์ และไอร์แลนด์เหนือ ที่แม้จะเลือกอยู่ต่อ แต่ก็ต้องออกจากอียูด้วยในฐานะส่วนหนึ่งของสหราชอาณาจักร ทำให้นางสเตอร์เจียนบอกว่า มีโอกาสที่สกอตแลนด์จะทำประชามติ แยกตัวออกจากสหราชอาณาจักรอีกครั้ง หลังจาก2ปีก่อนหน้านี้เคยมีการลงมติค้านการแยกตัวออกจากอังกฤษมาแล้ว

ส่องชีวิตใสใส วัยเรียน มาร์ช – แพรวา

ซีรีส์วัยรุ่นเรื่องใหม่แกะกล่อง “Lovey Dovey แผนร้ายนายเจ้าเล่ห์” ที่สร้างจากนิยายขายดีของ สำนักพิมพ์แจ่มใส 2 โดยคว้านักแสดงวัยรุ่นสุดฮอตมาประชันบทบาทเป็นครั้งแรกหนึ่งในนั้นมี มาร์ช จุฑาวุฒิ และสาวแพรวา ณิชาภัทร พร้อมทีมนักแสดงวัยรุ่นที่มาร่วมสร้างสีสันความสนุกอีกเพียบ คอนเฟิร์มฟินกระจาย

มีโอกาสได้ไปสัมผัสตัวจริงของ มาร์ช และ แพรวา เลยไปพูดคุยกับชีวิตในวัยเรียนสักหน่อย ไปดูกันว่าชีวิตใสๆ ในวัยเรียนของน้องทั้งสองนี้จะเป็นอย่างไร

จบจากที่ไหนและตอนนี้กำลังศึกษาอยู่ทีไหน?

มาร์ช : ครับผมจบจาก บัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พึ่งจบไปได้เดือนที่แล้วครับ
แพรวา : คะแพรวาจบจากโรงเรียนมัธยมขอนแก่น ตอนนี้กำลังเรียนปริญญาตรี อยู่ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ นิเทศศาสตร์ค่ะ

แบ่งเวลาเรียนกับเวลาทำงานยังไง?

แพรวา : สำหรับแพรคือเราจะเลือกวันที่เรียนกับวันที่ทำงานไม่ให้ตรงกัน เพื่อที่เราจะได้ไม่ต้องขาดเรียนเยอะ เหมือนเราจัดตารางให้เอื้อกับการทำงานและก็การเรียนด้วย
มาร์ช : เวลาของตารางเรียนตารางสอบผมจะให้ผู้จัดการดูแลให้เลย ให้เขาพยายามจัดงานให้มันไม่ตรงกับเวลาเรียนกับเวลาสอบ ยิ่งใกล้สอบผมก็จะไม่ค่อยรับงานแล้วแต่ถ้ามีงานที่จำเป็นจริงๆ ก็ต้องไปคุยกับอาจารย์ ผู้สอนให้เข้าใจครับ

มีกิจกรรมหรือวีรกรรมแสบๆ ในวัยเรียนไหม?

มาร์ช : ของผมเยอะนะ 55+ คือเข้ามหาลัยก็แสบน้อยลงเด็กๆ จะซนมากแบบโดดเรียน แตะบอลในห้องแกล้งอาจารย์ ยิ่งผมเรียนชายล้วนด้วยยิ่งซ่าเข้าไปใหญ่ครับ
แพรวา : เยอะแพรแสบ ด้วยความที่กลุ่มแพรคนเยอะ คือกลุ่มแพรเป็นสภานักเรียนแล้วจะมีกลุ่มผู้ชายผู้หญิงรวมกันแล้วจะสนิทกันมาก ค่อนข้างเหมือนได้ใจก็ซนๆ กันไป แต่พอขึ้นมหาลัยแล้วเราจะลดความแสบลงเพราะว่ามหาลัยมันค่อนข้างเรียนหนักกว่าและคือต้องตั้งใจเรียนกว่าต้องช่วยเหลือตัวเองมากกว่าตอนมัธยม

มีเทคนิคในการเรียนไหม เวลาสอบเราต้องเตรียมตัวยังไงบ้าง?

แพรวา : สำหรับแพรคือเข้าเรียนแล้วฟังอาจารย์แล้วมันจะเมมอยู่ในหัวจะคุ้นๆ ตอนเข้าสอบ แต่ถ้าเราไม่ได้เข้าเลยแพรจะพยายามให้เพื่อนสอนย้อนหลังค่ะ
มาร์ช : ผมจะตั้งใจเรียนให้ห้องพยายามจำอ่านหนึ่งรอบ เวลาไปสอบมันเหมือนเป็นการทวนทำให้จำได้จริงๆ ช่วยได้เยอะเวลาไปเรียน แล้วอีกอย่างถ้าเราฟังอาจารย์พูดส่วนใหญ่มักจะออกสอบ ผมเลยใช้การจำเป็นหลักครับ

ฝากอะไรถึงแฟนๆ หน่อย ?

แพรวา : จริงๆ คือสำคัญที่สุดคือตั้งใจเรียน คือแพรก็พึ่งมารู้ตอนแบบหลังๆ ว่าแบบตอนเข้าเรียนมันก็เหมือนให้เราทบทวนไปในตัวอยู่แล้ว ก็อยากจะให้น้องๆ ทุกคนตั้งใจเรียนค่ะ ^^
มาร์ช : เด็กๆ ผมเคยตั้งคำถามนะครับว่าเราเรียนไปมันจะได้ใช้ไหม พอจริงๆ เราเรียนไปเถอะแล้วมันจะซึมซับเข้าตัวเราเองเราไม่รู้หรอกว่าบทเรียนที่อาจารย์สอนเราได้ดึงมาใช้แล้วในทุกๆ ด้าน แล้วเราจะไม่เสียดายเวลาเรียนเลย ^^

รีวิวแอพของธนาคารต่าง ๆ โอนเงินผ่านโทรศัพท์ได้ ง่ายจัง !

รีวิวแอพของธนาคารต่าง ๆ โอนเงินผ่านโทรศัพท์ได้ ง่ายจัง !

รีวิวแอพของธนาคารต่าง ๆ โอนเงินผ่านโทรศัพท์ได้ ง่ายจัง !

ถ้าพูดถึงกิจกรรมธุรกรรมในสมัยก่อน ไม่ว่าจะเป็น การฝาก การถอน การโอน แล้วละก็ หลาย ๆ คน คงจะได้แต่ส่ายหน้า เพราะต้องถ่อไปถึงธนาคาร หรือไม่ก็ตู้ ATM จึงจะสามารถทำได้ กลายเป็นว่าพอมีงานธุรกรรมทางการเงินแต่ละที ก็ต้องรอให้ทำธุระเสร็จก่อนจึงจะไปได้ หรือไม่ก็ต้องสละเวลาอันมีค่า เพื่อไปเค้าน์เตอร์ธนาคาร หรือตู้ ATM
แต่ปัญหาเหล่านี้จะหมดไป เพราะว่าในปัจจุบัน เทคโนโลยีมีการพัฒนาไปมาก โทรศัพท์ที่แต่เดิมอุดมไปด้วยปุ่มกด สามารถโทรเข้า-โทรออก ได้อย่างเดียว ก็กลายเป็นสมาร์ทโฟนจอสัมผัส ที่สามารถทำอะไรต่าง ๆ ได้มากมาย และหลาย ๆ ธนาคาร ก็มองเห็นช่องทางในการใช้สมาร์ทโฟน และเทคโนโลยีเครือข่ายอินเทอร์เน็ตให้เป็นประโยชน์

เพราะฉะนั้น ก็เลยเกิดการคิดค้น application ที่สามารถใช้ทำธุรกรรมทางการเงินได้ขึ้นมา ทำให้ผู้มีบัญชีเงินฝากของแต่ละธนาคาร สามารถเช็คยอด โอนเงิน ชำระบิลได้ โดยที่ไม่จำเป็นต้องไปเค้าน์เตอร์ธนาคาร หรือตู้ ATM อีกต่อไป ซึ่งแอพพลิเคชั่นของแต่ละธนาคาร มีการผลิตออกมาให้รองรับกับโทรศัพท์ที่มีระบบปฏิบัติการต่าง ๆ อย่างครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็น IOS, Android หรือ Windows Phone
เริ่มจากธนาคารแรกก่อน คือ ธนาคารกสิกรไทย แอพของธนาคารนี้จะมีให้โหลดใน App Store, Play Store และ Windows Store ภายใต้ชื่อว่า K-Mobile Banking แอพนี้ตัวผู้เขียนเองก็ใช้อยู่ อยากจะบอกเลยว่าเป็นแอพที่เสถียรดี ล็อกอินง่าย เมนูต่าง ๆ ก็มีมาให้พร้อม ทั้งสอบถามยอด โอนเงิน ชำระบิล เช็คการเคลื่อนไหวของบัญชี เป็นต้น

สิ่งที่ทำให้ผู้เขียนชอบมากอีกอย่างหนึ่งก็คือ ไม่มีปัญหาเด้งออกเองไม่ว่าจะเปิดค้างไว้นานแค่ไหนก็ตาม รวมถึงยังไม่กินปริมาณความเร็วอินเทอร์เน็ตไปเยอะด้วย แต่ข้อเสียของแอพนี้ที่ผู้เขียนเจอ คือ ชอบล็อกเอ้าท์ออกให้เอง แล้วก็ให้ล็อกอินใหม่ จนบางทีทำให้หงุดหงิดอยู่พอสมควร แต่อาจเป็นเพราะผู้เขียนใช้แอพนี้บน Windows Phone Nokia Lumia ซึ่งปกติแอพบน Windows Phone ก็ไม่ค่อยจะได้รับการพัฒนาอยู่แล้ว เลยยังไม่มีใครมาแก้ไขบั๊คให้ หวังว่าถ้าทางธนาคารกสิกรไทยมาอ่านบทความนี้ จะช่วยพัฒนาแอพบน Windows Phone ให้เสถียรมากขึ้นหน่อยนะครับ (กราบ)

ธนาคารต่อไปที่จะกล่าวถึง คือ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา หรือแบงค์เหลืองนั่นเอง แอพของธนาคารนี้ก็ตั้งชื่อตามธนาคารเลย นั่นก็คือ Krungsri ภายในแอพก็จะมีเมนูสำคัญ ๆ มาให้ เช่น เมนูสำหรับสอบถามความเคลื่อนไหวของบัญชี โอนเงิน ชำระค่าสินค้าและบริการ รวมถึงยังสามารถใช้ค้นหาจุดบริการของธนาคารกรุงศรีอยุธยาได้ด้วย เรียกได้ว่า ครบเครื่องเรื่องบัญชีจริง ๆ อีกทั้งแอพของธนาคารกรุงศรีฯ ยังมีการทำออกมาอย่างเสถียร ไม่ต้องกลัวเลยว่าทำรายการอยู่ดี ๆ แอพเด้ง เงินหาย หรือต้องมานั่งล็อคอินใหม่ซ้ำ ๆ ซาก ๆ

ธนาคารต่อไป คือ ธนาคารไทยพาณิชย์ มีการผลิตแอพที่ชื่อว่า SCB Easy ออกมา ซึ่งก็ Easy สมชื่อจริง ๆ เพราะสามารถเช็คยอด โอนเงิน จ่ายบิลค่าสินค้า และบริการต่าง ๆ อีกทั้งยังส่ามารถใช้เติมเงินโทรศัพท์มือถือ และเติมเงินทางด่วนได้ด้วย แต่ข้อด้อยบางอย่างของแอพนี้ก็ยังมีอยู่ คือ ล็อกอินยาก เพื่อนของผู้เขียนที่ใช้บริการจากแอพนี้อยู่ ตอนที่สมัครใช้ กว่าจะได้รับรหัสมาก็เลือดตาแทบกระเด็น แต่เชื่อว่าตอนนี้ ทางธนาคารไทยพาณิชย์น่าจะมีการปรับปรุงระบบแล้ว รับรองว่า ถ้าท่านใช้แอพนี้ได้เมื่อไร จะรู้เลยว่า คำว่า SCB Easy เป็นอย่างไร

ธนาคารใหญ่อีกธนาคารหนึ่งที่มีแอพที่ขึ้นชื่อว่าเสถียร ใช้งานง่าย ที่จะไม่กล่าวถึงก็คงไม่ได้ นั่นก็คือธนาคารกรุงเทพ หรือแบงค์บัวหลวง กับแอพที่มีชื่อว่า Bualuang M Banking การใช้งานโดยทั่ว ๆ ไป ก็จะเหมือนกับแอพพลิเคชั่นของธนาคารต่าง ๆ ที่กล่าวมาข้างบน อันได้แก่ เช็คยอด ชำระบิล หาที่ตั้งจุดบริการของธนาคาร อะไรก็ว่าไป แต่มีสิ่งหนึ่ง ที่ทำให้แอพ Bualuang M Banking ต่างจากแอพของธนาคารอื่น ก็คือ สามารถใช้เพื่อการซื้อ ขาย หน่วยลงทุนได้ จึงยิ่งทำให้การทำธุรกรรมกับธนาคารกรุงเทพ มีความสะดวกขึ้นไปอีก

แอพพลิเคชั่นของธนาคารสุดท้าย ที่จะขอนำมากล่าวถึงในบทความนี้ ก็คือ KTB Netbank ของธนาคารกรุงไทย ซึ่งเป็นธนาคารใหญ่พอสมควร และแอพพลิเคชั่นของธนาคารนี้ก็ถือว่า ใช้งานง่าย ใช้งานสะดวก เพราะไม่จำเป็นต้องใช้เลขที่บัญชีของผู้รับโอน ในการโอนเงินอีกต่อไป แต่สามารถโอนเข้าเบอร์โทรศัพท์ของผู้รับโอนได้เลย นอกจากนี้ ยังเป็นแอพพลิเคชั่นที่สมัครใช้งานง่าย รับรหัสง่าย และโอนเงินปลอดภัย 99.99% อย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตาม ธนาคารในประเทศไทยไม่ได้มีอยู่แค่ 5 แห่งนี้เท่านั้น ยังมีอีกหลายธนาคารที่เปิดขึ้นมาให้บริการประชาชนตาดำ ๆ อย่างเรา และทุกธนาคารก็ล้วนมีแอพพลิเคชั่น เพื่ออำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรมทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น ธนาคารทหารไทย ที่มีแอพชื่อว่า TMB Touch, ธนาคารธนชาติ ที่มีแอพตามชื่อธนาคารว่า Thanachart, ธนาคารยูโอบี ที่มีแอพชื่อว่า UOB Mobile Thailand, ธนาคารซิตี้แบงค์ ที่มีแอพชื่อว่า Citi Mobile, ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย ที่มีแอพชื่อว่า CIMB Click, หรือธนาคารออมสิน ที่มีแอพชื่อว่า MyMo By GSB เป็นต้น

แต่เนื่องจากฟังก์ชั่นการใช้งานของแอพจากแต่ละธนาคารก็มีความเหมือน ๆ กัน คือ เช็คยอด โอนเงิน ชำระบิล หาที่ตั้งธนาคาร สำหรับแอพของธนาคารออมสิน จะมีเมนูแจ้งเตือนเวลาถูกสลากออมสินเพิ่มขึ้นมาด้วย เพราะฉะนั้นจะไม่ขอกล่าวถึงให้ยืดยาวจนเกินไปนัก
อย่างไรก็ตาม มีบางธนาคารที่ไม่มีแอพพลิเคชั่นให้บริการบนมือถือ หรือถึงมี ก็ไม่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรม เช่น ธนาคารเกียรตินาคิน ธนาคารแลนด์แอนด์เฮ้าส์ ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์ตเตอร์ ธนาคารไอซีบีซี เป็นต้น การใช้บริการแบบออนไลน์กับธนาคารเหล่านี้ อาจจะต้องเปลี่ยนไปใช้ระบบ Internet Banking แทน
สำหรับแอพพลิเคชั่นของแต่ละธนาคาร ในปัจจุบันสามารถดาวน์โหลดได้ง่าย ผ่านทาง App Store (สำหรับอุปกรณ์ตระกูล Apple) Play Store (Android) และ Store (Windows Phone) ไม่เสียค่าบริการดาวน์โหลด รับรองว่า ถ้าท่านได้ใช้แอพพลิเคชั่นธนาคารบนมือถือเมื่อไร ท่านจะลืมความลำบาก จากการต้องถ่อไปโอนเงิน ถามยอด ตามเคาน์เตอร์ธนาคาร หรือตู้ ATM ไปเลย

ส.ท.ถูกสั่งวิ่งกลางแดดจนล้มป่วยโคม่า เสียชีวิตแล้ว

ส.ท.ถูกสั่งวิ่งกลางแดดจนล้มป่วยโคม่า เสียชีวิตแล้ว

ส.ท.ถูกสั่งวิ่งกลางแดดจนล้มป่วยโคม่า เสียชีวิตแล้ว

จากกรณีที่ในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ข้อมูลเพื่อขอบริจาคกรุ๊ปเลือดให้กับ ส.ท.ปัญญา เงินเหรียญ หรือ เอ็ม โดยระบุว่า ส.ท.ปัญญา ถูกผู้บัญชาการยศร้อยเอกซึ่งเป็นลูกหลานนายพลชั้นสูง ลงโทษสั่งให้วิ่งกลางแดดที่ จ.กาญจนบุรี จนล้มป่วยด้วยโรคฮีทสโตรกนั้น

ต่อมามีคนที่อยู่ในเหตุการณ์เข้ามาชี้แจงว่า ผู้บังคับบัญชาสั่งลงโทษ ส.ท.ปัญญา เนื่องจากทำงานที่ได้รับมอบหมายไม่เสร็จ แต่ไม่ได้สั่งลงโทษรุนแรง และวันดังกล่าวแดดไม่ได้แรงนั้น

ล่าสุด  (22 มิ.ย.)ที่ผ่านมาเฟซบุ๊กคุณSupakit Wisetanuphong ซึ่งเป็นรุ่นพี่สมัยเรียนมัธยมของ ส.ท.ปัญญา ได้โพสต์ข้อความระบุว่า รุ่นน้องของตนเสียชีวิตแล้ว ที่รพ.พระมงกุฎเกล้า โดยขอบคุณหมอ พยาบาล และทุกคนที่ให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่มาตลอด

“ขอให้น้องเอ็มไปสู่สุขตินะน้อง น้องสู้กับความเจ็บปวดมามาพอแล้ว เรื่องที่เหลือพวกเพื่อน พี่น้อง ทุกคนจะช่วยน้องดูแลให้อย่างเต็มที่นะ ขอให้น้องได้พบเจอกับสิ่งดีดี ดั่งความดีที่น้องได้ทำให้คนทุกคนได้ประจักษ์ ขอให้ความดีของน้องส่งผลต่อน้องในชาติภพหน้านะครับน้อง

ขอบคุณหมอ พยาบาล และทุกคนที่คอยช่วยเหลือครอบครัวน้องอย่างเต็มที่นะครับมาโดยตลอดนะครับ หลับให้สบายนะครับน้อง แด่ “ส.ท.ปัญญา เงินเหรียญ” ผู้ล่วงลับ — ที่ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าฯ”

ทั้งนี้ ได้มีคนที่ติดตามข่าวเข้ามาแสดงความเสียใจด้วยมากมาย

ปอท. เปิดโครงการป้องกันคาถากันภัยผู้ใช้อีเมล์และมนุษย์เฟซบุ๊ก “ห้ามมึน ห้ามซื่อ ห้ามขี้เกียจ”

ปอท. เปิดโครงการป้องกันคาถากันภัยผู้ใช้อีเมล์และมนุษย์เฟซบุ๊ก "ห้ามมึน ห้ามซื่อ ห้ามขี้เกียจ"

ปอท. เปิดโครงการป้องกันคาถากันภัยผู้ใช้อีเมล์และมนุษย์เฟซบุ๊ก “ห้ามมึน ห้ามซื่อ ห้ามขี้เกียจ”

ปอท. เปิดโครงการป้องกันคาถากันภัยผู้ใช้อีเมล์และมนุษย์เฟซบุ๊ก “ห้ามมึน ห้ามซื่อ ห้ามขี้เกียจ”

พล.ต.ต.ศุภเศรษฐ์ โชคชัย ผู้บังคับการกองปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ปอท. แถลงเปิดโครงการประชาสัมพันธ์และสร้างความร่วมมือระหว่างประชาชนและข้าราชการตำรวจ ในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ภายใต้ชื่อ “คาถากันภัยผู้ใช้อีเมล์และมนุษย์เฟซบุ๊ก “ห้ามมึน ห้ามซื่อ ห้ามขี้เกียจ”

โดย พล.ต.ต.ศุภเศรษฐ์ ระบุว่า ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความว่าถูกแฮกเฟซบุ๊กและอีเมล์หลอกผู้อื่นโอนเงินจำนวนมาก มูลค่าความเสียหายกว่า 20 ล้านบาท ทางตำรวจจึงได้ทำการสืบสวน พบว่าพฤติกรรมของคนร้ายจะใช้วิธีการสุ่มพาสเวิร์ดเฟซบุ๊ก อาทิ เบอร์โทรศัพท์ หรือ วันเดือนปีเกิด สร้างหน้าเพจเฟซบุ๊กปลอม แจ้งเตือนผู้ใช้งานเฟซบุ๊กว่ารหัสผ่านจะหมดอายุ หรือ มีผู้แฮกเฟซบุ๊กอยู่ ให้กดไปที่หน้าเพจดังกล่าวเพื่อเปลี่ยนรหัสผ่าน

ซึ่งวิธีนี้คนร้ายจะได้รหัสผ่านไปทันทีและมีผู้หลงเชื่อเป็นจำนวนมาก เนื่องจากเป็นวิธีที่แนบเนียน และวิธีที่ 3 คนร้ายจะปล่อย spyware เข้าถึงข้อมูลในคอมพิวเตอร์เพื่อดูรหัสผ่าน จึงขอฝากเตือนประชาชนห้ามตั้งรหัสผ่านเฟซบุ๊ก หรืออีเมล์ เป็นหมายเลขโทรศัพท์ หรือวันเดือนปีเกิด เนื่องจากง่ายต่อการคาดเดา หากต้องการเปลี่ยนรหัสผ่านควรเข้าไปเปลี่ยนที่เว็บไซต์ของเฟซบุ๊กโดยตรง หรือใช้ระบบ OTP ที่ใช้ตั้งค่าในเฟซบุ๊กเพื่อไม่ให้บุคคลอื่นเข้าใช้งานเฟซบุ๊กได้

ขณะที่การใช้งานอีเมล์ ทั้งผู้ใช้ทั่วไป และบริษัทต่าง ๆ ที่จะต้องติดต่อลูกค้าผ่านทางอีเมล์ ควรตั้งค่าระบบป้องกันพิเศษ หรือ OTP ในอีเมล์ ให้ส่งรหัสผ่าน มายังโทรศัพท์มือถือ เพื่อยืนยันก่อนใช้งาน ป้องกันคนร้ายสวมรอย หลอกให้ลูกค้าโอนเงิน และควรป้องกันตัวเองโดยสังเกตว่าหากบริษัทลูกค้า หรือมีผู้ติดต่อส่งอีเมล์แจ้งเปลี่ยนเลขที่บัญชีในการโอนเงิน จะต้องโทรศัพท์สอบถามบุคคล หรือบริษัทของลูกค้าก่อนทุกครั้ง พร้อมติดตั้งโปรแกรมสแกนไวรัสที่ถูกกฎหมาย

ทั้งนี้ ตำรวจ ปอท. ยังได้ร่วมมือกับทุกธนาคาร อบรมเจ้าหน้าที่เพื่อให้ความรู้กับลูกค้า ป้องกันตัวเองไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ และตำรวจ ปอท. ยังแนะนำวิธีป้องกันตัวเอง 3 ข้อ ประกอบด้วย 1. ห้ามมึน อย่าเป็นผู้ใช้งานเพียงอย่างเดียว ควรสนใจหาความรู้ป้องกันอาชญากรรมใหม่ ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น 2. ห้ามซื่อ ควรเป็นคนช่างสังเกต ไม่หลงเชื่ออะไรง่าย ๆ เพราะทุกสิ่งในโลกออนไลน์ สามารถปลอมได้ และ 3. อย่าขี้เกียจ หากผู้ให้บริการเว็บไซต์ มีการเปิดให้ตั้งค่าระบบความปลอดภัยเพิ่มเติม

คิว วงฟลัว ถูกมอเตอร์ไซค์ชนแล้วหนี ผ่าตัดสมอง-พ้นขีดอันตรายแล้ว

924357_808503315840682_659169865_n_146656286210731877_848887308490014_902335015_n_146656286412534274_205963783084353_1582954941_n_146656286312751591_1696714887268358_1431673148_n_146656286412783259_743204862483792_76874640_n_1466562863

คิว วงฟลัว ถูกมอเตอร์ไซค์ชนแล้วหนี ผ่าตัดสมอง-พ้นขีดอันตรายแล้ว

คิว วงฟลัว ถูกมอเตอร์ไซค์ชนแล้วหนี ผ่าตัดสมอง-พ้นขีดอันตรายแล้ว

นักร้องชื่อดัง “คิว วงฟลัว” ถูกรถ จยย. ชนแล้วหนี ขณะข้ามถนนกับเพื่อน ย่านทองหล่อ อาการสาหัส หามส่ง ร.พ.กรุงเทพฯ 

ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากผู้จัดการส่วนตัว ของ นายสุวีระ บุญรอด หรือ คิว อายุ 35 ปี นักร้องนำวงฟลัวว่า คิวประสบอุบัติเหตุถูกรถชน ขณะข้ามถนนในซอยทองหล่อ จนได้รับบาดเจ็บสาหัส

เหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้น เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 21 มิ.ย. ช่วงเวลา 06.00-06.30 น. ที่ผ่านมาโดยคิวกับเพื่อนกำลังจะเดินข้ามถนนบริเวณร้านนากิยะ ทองหล่อ ระหว่างนั้น ได้มีรถจักรยานยนต์ไม่ทราบสีและทะเบียน ขับพุ่งชน จนคิวกับเพื่อนสลบคาที่ ก่อนที่รถจักรยานยนต์ จะขับหลบหนีไป

จากนั้น พลเมืองดีที่อยู่ในละแวกดังกล่าว ได้ช่วยกันนำทั้ง 2 คน ส่ง โรงพยาบาล โดยเพื่อนของคิว ถูกส่งไปยัง รพ.คามิลเลียน ย่านทองหล่อ ส่วนตัวคิวถูกส่งไปยัง รพ.กรุงเทพ

จากการโทรสอบถามผู้ดูแลถึงอาการของ คิว ทราบว่า แพทย์ได้ทำการผ่าตัดสมอง ล่าสุดพ้นขีดอันตรายแล้ว นอนพักรักษาตัวอยู่ห้องไอซียู รพ.กรุงเทพ แพทย์ห้ามเยี่ยมเพื่อเฝ้าดูอาการสมองบวม ตลอด 24 ชั่วโมง

ส่วนทางด้านคดีนั้น ญาติของคิว ได้ไปแจ้งความไว้ที่ สน.ทองหล่อ แล้ว นอกจากนี้เพื่อนและญาติของคิวยังได้ขอความร่วมมือจากผู้ที่เห็นเหตุการณ์ช่วยแจ้งเบาะแสกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทองหล่อ เพื่อติดตามตัวคนขับรถจักรยานยนต์มาดำเนินคดี

ชาวบ้านรามอินทรา 34 อ่วม น้ำท่วมขังรอการระบายข้ามวัน

ชาวบ้านรามอินทรา 34 อ่วม น้ำท่วมขังรอการระบายข้ามวัน

ชาวบ้านรามอินทรา 34 อ่วม น้ำท่วมขังรอการระบายข้ามวัน

ชาวบ้านรามอินทรา 34 สุดระทม เดือดร้อนหลายครัวเรือน น้ำท่วมขังรอระบายข้ามคืนยังไม่มีทีท่าว่าจะลด 

รายงายข่าวเหตุการณ์น้ำท่วมขังรอการระบายภายในซอยรมอินทรา 34 พบว่า ก่อนหน้านี้ที่รถเล็กไม่สามารถผ่านได้ แต่ล่าสุด ถนนเส้นหลักในซอยปริมาณน้ำบนผิวการจราจร แห้งลงแล้ว แต่ในซอยย่อยต่างๆ รวมทั้งหมู่บ้านทองสถิตย์ ยังมีน้ำท่วมขังอยู่

ล่าสุด มีเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตนำเครื่องสูบน้ำมาติดตั้งระบายน้ำตลอดทั้งคืน

จากการสอบถามแม่ค้า ที่อาศัยอยู่ภายในซอยรามอินทรา 34 ระบุว่า มีความวิตกกังวล ว่า หากฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง เหมือนเมื่อวานที่ผ่านมา ก็จะทำให้มีน้ำท่วมขังยาวนานออกไปอีก โดยคืนนี้ยังไม่สามารถเข้าบ้านได้ต้องนอนในรถ ที่จอดอยู่บนถนนนอกซอย พร้อมกับยอมรับว่า ปีนี้ปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมานั้น ทางครอบครัว ไม่ทันได้ตั้งตัวรับมือ เนื่องจากตกมากระทันหัน ไม่เหมือนกับน้ำท่วมเมื่อช่วงปี 2554 ที่มีการเตรียมตัวล่วงหน้า รวมทั้งปริมาณน้ำสูงกว่าปี 2554 และทำให้ปีนี้เกิดความเสียหายเป็นอย่างมาก

คาดว่าหากในช่วงเช้าวันนี้ยังมีฝนตกลงมาอีกชาวบ้านก็วันพรุ่งนี้ ชาวบ้านก็ยังจต้องใช้ชีวิตในน้ำจนกว่าจะมีการระบายแล้วเสร็จ (ข้อมูลข่าวจาก innnews)

นอกจากนี้ “ไก่ ภาษิต อภิญญาวาท” ผู้สื่อข่าวช่อง 3 ได้เดินทางลงพื้นที่ทำข่าวน้ำขังรอการระบายและได้โพสต์คลิปลง เฟซบุ๊ค kaipasit โดยระบุว่า “สภาพหมู่บ้านทองสถิตย์วิลล่า รามอินทรา34!!! 7.55น. 22 มิ.ย. 59 ติดตาม “เที่ยงวันทันเหตุการณ์”

เครดิตภาพจาก เฟซบุ๊ค kaipasit